<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>สุขภาพดี HealthyFreerwer &#187; -กระดูกและข้อ</title>
	<atom:link href="http://www.healthy.freewer.net/index.php/category/ortho/feed" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://www.healthy.freewer.net</link>
	<description>บทความสุขภาพ ข้อมูลโรค เคล็ดลับสุขภาพดี  แนะนำการปฏิบัติตัว ความรู้สุขภาพ ข่าวสารวงการแพทย์</description>
	<lastBuildDate>Wed, 02 Mar 2011 18:25:07 +0000</lastBuildDate>
	<generator>http://wordpress.org/?v=2.8.6</generator>
	<language>en</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
			<item>
		<title>โรคเก๊าท์</title>
		<link>http://www.healthy.freewer.net/index.php/ortho/gou.html</link>
		<comments>http://www.healthy.freewer.net/index.php/ortho/gou.html#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 02 Mar 2011 18:25:07 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[-กระดูกและข้อ]]></category>
		<category><![CDATA[-อายุรกรรม]]></category>
		<category><![CDATA[ปวดข้อ]]></category>
		<category><![CDATA[โรคเก๊าท์]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.healthy.freewer.net/?p=381</guid>
		<description><![CDATA[

โรคเก๊าท์  เป็นโรคข้ออักเสบชนิดหนึ่ง  พบในผู้ชายมากกว่าผู้หญิง  เกิดจากการตกตะกอนของกรดยูริคภายในข้อ  ซึ่งกรดยูริคมาจากสารพิวรีนที่มีมากในอาหารจำพวกเครื่องในสัตว์  ถั่วเมล็ดแห้ง เป็นต้น  ผู้ป่วยโรคเก๊าท์ต้องได้รับการดูแลรักษาต่อเนื่องตลอดชีวิต  เพราะหากปล่อยท้ิงไว้ อาจทำให้ข้อผิดรูป พิการได้
อาการโรคเก๊าท์

มีอาการปวดข้อ ข้อบวม  บริเวณข้อมีลักษณะแดงร้อนและกดเจ็บ  อาการปวดสามารถเกิดได้กับหลายข้อ  ตำแหน่งที่พบบ่อยได้แก่ข้อนิ้วโป้งเท้า  ข้อเท้า  และข้อเข่า  อาการปวดจะเกิดขึ้นอย่างเฉียบพลัน  อาจมีอาการไข้เล็กน้อยจนถึงไข้สูง
อาการกำเริบแต่ละครั้งจะใช้เวลาประมาณ 3-7 วัน
เมื่อโรคดำเนินต่อไป  การอักเสบที่เกิดขึ้นซ้ำๆจะทำให้ข้อบิดเบี้ยว  เดินลำลากและอาจพิการได้
อาการร่วมอื่นๆ   อาจพบนิ่วในไต  นิ่วในทางเดินปัสสาวะร่วมด้วย

ปัจจัยกระตุ้นโรคเก๊าท์

กินอาหารชนิดที่มีสารพิวรีนมาก  เช่น  สัตว์ปีก  เครื่องในสัตว์
การดื่มเหล้าและเบียร์
ยาบางชนิด  เช่น ยาลดความดันโลหิตบางตัว  ทำให้กรดยูริคสูงในเลือด
ปัจจัยกระตุ้นอื่นๆ  ได้แก่  บาดเจ็บ  หลังผ่าตัดใหม่ๆ  ความเครียด  เป็นต้น

การวินิจฉัย และการตรวจเพิ่มเติม

เจาะน้ำในข้อไปตรวจ   วิธีนี้นอกจากจะเป็นวิธีการตรวจยืนยันที่ดีที่สุดแล้ว  ยังช่วยวินิจฉัยแยกโรคอื่นๆได้อีกด้วย
เจาะเลือดตรวจระดับกรดยูริคว่าสูงกว่าปกติหรือไม่
x-ray ข้อที่มีอาการปวด  เพื่อดูความผิดปกติในภาพรังสี

การรักษาโรคเก๊าท์

ขณะโรคกำเริบ  ให้กินยาตามแพทย์สั่ง
ประคบเย็น
ลดการใช้ข้อ  หลีกเลี่ยงการลงน้ำหนักที่ข้อดังกล่าว
กินน้ำให้เพียงพอ

การป้องกันโรคเก๊าท์

หลีกเลี่ยงการดื่มเบียร์และเหล้า
ดื่มน้ำมากๆ
กินยาตามแพทย์สั่ง  ผู้ป่วยบางรายอาจต้องกินยาตลอดชีวิต
หลีกเลี่ยงการรับประทานอาหารดังต่อไปนี้ :  หัวใจไก่  ตับไก่  กึ๋นไก่  เซ่งจี้หมู  ตับหมู  ไต  ตับอ่อน  มันสมองวัว  [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[
<!-- ALL ADSENSE ADS DISABLED -->
<div id="attachment_382" class="wp-caption aligncenter" style="width: 310px"><img class="size-medium wp-image-382" title="gout" src="http://www.healthy.freewer.net/wp-content/uploads/2011/03/gout-300x199.jpg" alt="gout" width="300" height="199" /><p class="wp-caption-text">gout</p></div>
<p><span style="color: #ff9900;"><strong><a href="http://www.healthy.freewer.net/index.php/tag/gout-dz" class="st_tag internal_tag" rel="tag" title="Posts tagged with โรคเก๊าท์">โรคเก๊าท์</a> </strong></span> เป็นโรคข้ออักเสบชนิดหนึ่ง  พบในผู้ชายมากกว่าผู้หญิง  เกิดจากการตกตะกอนของกรดยูริคภายในข้อ  ซึ่งกรดยูริคมาจากสารพิวรีนที่มีมากในอาหารจำพวกเครื่องในสัตว์  ถั่วเมล็ดแห้ง<span id="more-381"></span> เป็นต้น  ผู้ป่วยโรคเก๊าท์ต้องได้รับการดูแลรักษาต่อเนื่องตลอดชีวิต  เพราะหากปล่อยท้ิงไว้ อาจทำให้ข้อผิดรูป พิการได้</p>
<p><span style="color: #ff9900;"><strong>อาการ<a href="http://www.healthy.freewer.net/index.php/tag/gout-dz" class="st_tag internal_tag" rel="tag" title="Posts tagged with โรคเก๊าท์">โรคเก๊าท์</a></strong></span></p>
<ol>
<li>มีอาการปวดข้อ ข้อบวม  บริเวณข้อมีลักษณะแดงร้อนและกดเจ็บ  อาการปวดสามารถเกิดได้กับหลายข้อ  ตำแหน่งที่พบบ่อยได้แก่ข้อนิ้วโป้งเท้า  ข้อเท้า  และข้อเข่า  อาการปวดจะเกิดขึ้นอย่างเฉียบพลัน  อาจมีอาการไข้เล็กน้อยจนถึงไข้สูง</li>
<li>อาการกำเริบแต่ละครั้งจะใช้เวลาประมาณ 3-7 วัน</li>
<li>เมื่อโรคดำเนินต่อไป  การอักเสบที่เกิดขึ้นซ้ำๆจะทำให้ข้อบิดเบี้ยว  เดินลำลากและอาจพิการได้</li>
<li>อาการร่วมอื่นๆ   อาจพบนิ่วในไต  นิ่วในทางเดินปัสสาวะร่วมด้วย</li>
</ol>
<p><span style="color: #ff9900;"><strong>ปัจจัยกระตุ้น<a href="http://www.healthy.freewer.net/index.php/tag/gout-dz" class="st_tag internal_tag" rel="tag" title="Posts tagged with โรคเก๊าท์">โรคเก๊าท์</a></strong></span></p>
<ul>
<li>กินอาหารชนิดที่มีสารพิวรีนมาก  เช่น  สัตว์ปีก  เครื่องในสัตว์</li>
<li>การดื่มเหล้าและเบียร์</li>
<li>ยาบางชนิด  เช่น ยาลดความดันโลหิตบางตัว  ทำให้กรดยูริคสูงในเลือด</li>
<li>ปัจจัยกระตุ้นอื่นๆ  ได้แก่  บาดเจ็บ  หลังผ่าตัดใหม่ๆ  ความเครียด  เป็นต้น</li>
</ul>
<p><span style="color: #ff9900;"><strong>การวินิจฉัย และการตรวจเพิ่มเติม</strong></span></p>
<ul>
<li>เจาะน้ำในข้อไปตรวจ   วิธีนี้นอกจากจะเป็นวิธีการตรวจยืนยันที่ดีที่สุดแล้ว  ยังช่วยวินิจฉัยแยกโรคอื่นๆได้อีกด้วย</li>
<li>เจาะเลือดตรวจระดับกรดยูริคว่าสูงกว่าปกติหรือไม่</li>
<li>x-ray ข้อที่มีอาการปวด  เพื่อดูความผิดปกติในภาพรังสี</li>
</ul>
<p><span style="color: #ff9900;"><strong>การรักษาโรคเก๊าท์</strong></span></p>
<ul>
<li>ขณะโรคกำเริบ  ให้กินยาตามแพทย์สั่ง</li>
<li>ประคบเย็น</li>
<li>ลดการใช้ข้อ  หลีกเลี่ยงการลงน้ำหนักที่ข้อดังกล่าว</li>
<li>กินน้ำให้เพียงพอ</li>
</ul>
<p><span style="color: #ff9900;"><strong>การป้องกัน<a href="http://www.healthy.freewer.net/index.php/tag/gout-dz" class="st_tag internal_tag" rel="tag" title="Posts tagged with โรคเก๊าท์">โรคเก๊าท์</a></strong></span></p>
<ul>
<li>หลีกเลี่ยงการดื่มเบียร์และเหล้า</li>
<li>ดื่มน้ำมากๆ</li>
<li>กินยาตามแพทย์สั่ง  ผู้ป่วยบางรายอาจต้องกินยาตลอดชีวิต</li>
<li>หลีกเลี่ยงการรับประทานอาหารดังต่อไปนี้ :  หัวใจไก่  ตับไก่  กึ๋นไก่  เซ่งจี้หมู  ตับหมู  ไต  ตับอ่อน  มันสมองวัว  เนื้อไก่  เนื้อเป็ด  ห่าน  ไข่ปลา  ปลาดุก  ปลาไส้ตัน  ปลาอินทรีย์  ปลาซาร์ดีน  กุ้งชีแฮ้  หอย  น้ำสกัดเนื้อ   น้ำต้มกระดูก  น้ำซุปต่างๆ  ซุปก้อน  ยีสต์  เห็ด ถั่วดำ  ถั่วแดง  ถั่วเขียว  ถั่วเหลือง  กระถิน  ชะอิม  กะปิ</li>
</ul>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.healthy.freewer.net/index.php/ortho/gou.html/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>กระดูกสันหลังคด รักษาอย่างไร</title>
		<link>http://www.healthy.freewer.net/index.php/pediartric/scoliosis.html</link>
		<comments>http://www.healthy.freewer.net/index.php/pediartric/scoliosis.html#comments</comments>
		<pubDate>Sun, 03 Jan 2010 09:25:56 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[-กระดูกและข้อ]]></category>
		<category><![CDATA[-เด็ก]]></category>
		<category><![CDATA[-Scoliosis]]></category>
		<category><![CDATA[-กระดูกสันหลังคด]]></category>
		<category><![CDATA[-โรคกระดูกสันหลังคด]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.healthy.freewer.net/?p=146</guid>
		<description><![CDATA[

Scoliosis คือ โรคกระดูกสันหลังคด
กระดูกสันหลังมีหน้าที่รับน้ำหนักและช่วยพยุงร่างกายให้สามารถตั้งตรงได้  ในคนปกติหากมองจากด้านหลังจะเห็นกระดูกสันหลังเป็นแนวเส้นตรง   แต่ในคนที่เป็นโรคกระดูกสันหลังคด  เมื่อมองจากด้านหลังจะเห็นแนวกระดูกโค้งไปทางซ้ายหรือขวา ไม่เป็นเส้นตรงเหมือนคนปกติ  โรคกระดูกสันหลังคดพบประมาณ 2-3 % ของประชากร  พบได้เท่ากันในผู้ชายและผู้หญิง  แต่ผู้หญิงมักจะมีการคดงอของกระดูกมากกว่าผู้ชาย  โรคกระดูกสันหลังคดเกิดได้ในทุกอายุ พบได้ตั้งแต่เด็กเกิดจนถึงวัยผู้ใหญ่   แต่ส่วนมากมักเกิดในช่วงที่มีการเจริญเติบโตของกระดูกอย่างรวดเร็ว คืออายุประมาณ 10-15 ปี 

สาเหตุ โรคกระดูกสันหลังคด
ผู้ป่วย 85% ไม่ทราบสาเหตุ    มีเพียงส่วนน้อยที่ทราบสาเหตุ เช่น กระดูกสันหลังคดจากขาที่ยาวไม่เท่ากัน  กระดูกสันหลังคดจากสมองพิการ หรือเกิดจากความผิดปกติแต่กำเนิด เป็นต้น
อาการ โรคกระดูกสันหลังคด
อาการในผู้ป่วยแต่ละรายอาจแตกต่างกัน ขึ้นกับว่ากระดูกคดเป็นมุมมากน้อยเพียงใด  อาการต่างๆที่พบได้มีดังนี้

การเดินผิดปกติ
ไหล่หรือสะโพก 2 ข้าง สูงไม่เท่ากัน
ปวดหลัง
มีอาการเหนื่อยง่ายกว่าปกติเวลาออกแรงหรือทำกิจกรรมต่างๆ

การตรวจ โรคกระดูกสันหลังคด
แพทย์จะตรวจกระดูกสันหลังของผู้ป่วยในท่ายืน โดยให้ผู้ป่วยก้มตัว เอานิ้วแตะปลายเท้าตัวเอง  ในท่านี้แพทย์จะเห็นลักษณะความผิดปกติของแผ่นหลังได้ชัดเจนมากขึ้น   การตรวจเพิ่มเติมด้วย x-ray มีประโยชน์ในการช่วยวัดมุม  และช่วยติดตามการดำเนินไปของโรคว่าแย่ลงหรือไม่
การรักษา โรคกระดูกสันหลังคด
การรักษาขึ้นกับมุมการคด  การเปลี่ยนแปลงของมุม  และอายุของผู้ป่วย

มุมการคดน้อยกว่า 25 องศา :  ยังไม่จำเป็นต้องได้รับการรักษาใดๆ  ให้ติดตามการเปลี่ยนแปลงของมุม ทุก 4-6 เดือน
มุมการคดมากกว่า 25 องศา : รักษาโดยการใส่เสื้อเกราะ(Brace)  [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[
<!-- ALL ADSENSE ADS DISABLED -->
<p><strong><span style="color: #ff6600;">Scoliosis คือ โรคกระดูกสันหลังคด</span></strong></p>
<p>กระดูกสันหลังมีหน้าที่รับน้ำหนักและช่วยพยุงร่างกายให้สามารถตั้งตรงได้  ในคนปกติหากมองจากด้านหลังจะเห็นกระดูกสันหลังเป็นแนวเส้นตรง   แต่ในคนที่เป็นโรคกระดูกสันหลังคด  เมื่อมองจากด้านหลังจะเห็นแนวกระดูกโค้งไปทางซ้ายหรือขวา ไม่เป็นเส้นตรงเหมือนคนปกติ  โรคกระดูกสันหลังคดพบประมาณ 2-3 % ของประชากร  พบได้เท่ากันในผู้ชายและผู้หญิง  แต่ผู้หญิงมักจะมีการคดงอของกระดูกมากกว่าผู้ชาย  โรคกระดูกสันหลังคดเกิดได้ในทุกอายุ พบได้ตั้งแต่เด็กเกิดจนถึงวัยผู้ใหญ่   แต่ส่วนมากมักเกิดในช่วงที่มีการเจริญเติบโตของกระดูกอย่างรวดเร็ว คืออายุประมาณ 10-15 ปี <span id="more-146"></span></p>
<p><img class="aligncenter size-full wp-image-147" title="scoliosis1" src="http://www.healthy.freewer.net/wp-content/uploads/2010/01/scoliosis1.jpg" alt="scoliosis1" width="400" height="448" /></p>
<p><strong><span style="color: #ff6600;">สาเหตุ โรคกระดูกสันหลังคด</span></strong></p>
<p>ผู้ป่วย 85% ไม่ทราบสาเหตุ    มีเพียงส่วนน้อยที่ทราบสาเหตุ เช่น กระดูกสันหลังคดจากขาที่ยาวไม่เท่ากัน  กระดูกสันหลังคดจากสมองพิการ หรือเกิดจากความผิดปกติแต่กำเนิด เป็นต้น</p>
<p><span style="color: #ff6600;"><strong>อาการ โรคกระดูกสันหลังคด</strong></span></p>
<p>อาการในผู้ป่วยแต่ละรายอาจแตกต่างกัน ขึ้นกับว่ากระดูกคดเป็นมุมมากน้อยเพียงใด  อาการต่างๆที่พบได้มีดังนี้</p>
<ul>
<li>การเดินผิดปกติ</li>
<li>ไหล่หรือสะโพก 2 ข้าง สูงไม่เท่ากัน</li>
<li>ปวดหลัง</li>
<li>มีอาการเหนื่อยง่ายกว่าปกติเวลาออกแรงหรือทำกิจกรรมต่างๆ</li>
</ul>
<p><span style="color: #ff6600;"><strong>การตรวจ โรคกระดูกสันหลังคด</strong></span></p>
<p>แพทย์จะตรวจกระดูกสันหลังของผู้ป่วยในท่ายืน โดยให้ผู้ป่วยก้มตัว เอานิ้วแตะปลายเท้าตัวเอง  ในท่านี้แพทย์จะเห็นลักษณะความผิดปกติของแผ่นหลังได้ชัดเจนมากขึ้น   การตรวจเพิ่มเติมด้วย x-ray มีประโยชน์ในการช่วยวัดมุม  และช่วยติดตามการดำเนินไปของโรคว่าแย่ลงหรือไม่</p>
<p><span style="color: #ff6600;"><strong>การรักษา โรคกระดูกสันหลังคด</strong></span></p>
<p><span style="color: #000000;">การรักษาขึ้นกับมุมการคด  การเปลี่ยนแปลงของมุม  และอายุของผู้ป่วย</span></p>
<ul>
<li><span style="color: #000000;">มุมการคดน้อยกว่า 25 องศา :  ยังไม่จำเป็นต้องได้รับการรักษาใดๆ  ให้ติดตามการเปลี่ยนแปลงของมุม ทุก 4-6 เดือน</span></li>
<li><span style="color: #000000;">มุมการคดมากกว่า 25 องศา : รักษาโดยการใส่เสื้อเกราะ(Brace)  เสื้อเกราะเป็นอุปกรณ์ค้ำจุน เพิ่มความแข็งแรง  ช่วยป้องกันหรือชะลอไม่ให้มุมการคดมีการเปลี่ยนแปลงไปมากกว่าเดิม</span></li>
<li><span style="color: #000000;">มุมการคดมากกว่า 45 องศา : อาจต้องรักษาโดยการผ่าตัดเพื่อจัดแนวกระดูกสันหลังใหม่  การผ่าตัดนี้ใช้หลักการเดียวกับการรักษากระดูกหักคือการใช้โลหะช่วยดามกระดูกสันหลังให้ตรง</span></li>
</ul>
<p><span style="color: #000000;"><strong><span style="color: #ff6600;">แพทย์ทางเลือก</span></strong></span></p>
<p><span style="color: #000000;">สำหรับการรักษาด้วยวิธีอื่น  ปัจจุบันยังไม่มีงานวิจัยรับรองว่าประสบผลสำเร็จ</span></p>
<ul>
<li><span style="color: #000000;">Chiropractic manipulation</span></li>
<li><span style="color: #000000;">Electrical stimulation of muscles</span></li>
<li><span style="color: #000000;">Biofeedback</span></li>
</ul>
<p><span style="color: #000000;"><strong><span style="color: #ff6600;">สิ่งที่ควรรู้เกี่ยวกับ เสื้อเกราะ</span></strong></span></p>
<ul>
<li><span style="color: #000000;">เสื้อเกราะช่วยป้องกันไม่ให้มีการคดมากขึ้น  แต่มักไม่ช่วยแก้ไข้การคดให้กลับมาเป็นปกติ</span></li>
<li><span style="color: #000000;">ควรใส่เสื้อเกราะเป็นประจำ อย่างสม่ำเสมอ</span></li>
<li><span style="color: #000000;">เริ่มแรกอาจใส่เสื้อเกราะนานวันละ 2-3 ชั่วโมง  บางรายอาจต้องใส่ตลอดวัน  ขึ้นกับดุลยพินิจของแพทย์</span></li>
<li><span style="color: #000000;">อายุของผู้ป่วยมีความสัมพันธ์กับการดำเนินไปของโรค  โดยพบว่า เมื่อกระดูกของผู้ป่วยหยุดการเจริญเติบโตเมื่อใด  การเปลี่ยนแปลงของมุมการคดมักจะหยุดตาม  ซึ่งหมายความว่าผู้ป่วยสามารถเลิกใส่เสื้อเกราะได้เมื่อแพทย์เห็นว่าผู้ป่วยไม่มีการเจริญเติบโตของกระดูกอีกต่อไป</span></li>
<li><span style="color: #000000;">เสื้อเกราะไม่ใช้รักษาโรคกระดูกสันหลังคดในผู้ใหญ่</span></li>
<li><span style="color: #000000;">ระหว่างใส่เสื้อเกราะ ผู้ป่วยสามารถทำกิจกรรมต่างๆในชีวิตได้ตามปกติ  เช่น เล่นดนตรี  เล่นกีฬา เป็นต้น</span></li>
<li><span style="color: #000000;">เสื้อเกราะจะถูกสวมใส่ไว้ด้านใน  และเสื้อผ้าปกติจะถูกใส่ทับด้านนอกเสื้อเกราะ  ดังนั้นผู้ป่วยควรเลือกซื้อเสื้อผ้าที่ใหญ่ขึ้นกว่าเดิมเพื่อความสบายตัว   เสื้อชั้นในควรเป็นผ้าฝ้าย 100%  ไม่มีตะเข็บ  ไม่มีรอยจีบย่น และพอดีตัว  ทั้งนี้เพื่อป้องกันการเสียดสีกับผิวหนัง ซึ่งทำให้เกิดอาการระคายเคืองได้</span></li>
</ul>
<p><span style="color: #000000;"><img class="aligncenter size-full wp-image-158" title="scoliosis-brace" src="http://www.healthy.freewer.net/wp-content/uploads/2010/01/scoliosis-brace.jpg" alt="scoliosis-brace" width="331" height="227" /></span></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.healthy.freewer.net/index.php/pediartric/scoliosis.html/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>44</slash:comments>
		</item>
	</channel>
</rss>

