ไวรัสตับอักเสบ บี B

human-liver

ตับอักเสบ คือ โรคของตับที่มีความผิดปกติทำให้เซลล์ตับบางส่วนได้รับอันตรายและถูกทำลายไป  โรคตับอักเสบเกิดได้จากหลายสาเหตุ  เช่น  การติดเชื้อไวรัส  การรับประทานยาที่มีผลต่อตับ  หรือการดื่มสุรา  เป็นต้น   สำหรับโรคไวรัสตับอักเสบ หมายถึง  โรคตับอักเสบที่มีสาเหตุมาจากการติดเชื้อไวรัสตับอักเสบเท่านั้น   เชื้อไวรัสตับอักเสบแบ่งเป็นหลายกลุ่ม  คือ  เอ บี ซี ดี และ อี  เชื้อไวรัสตับอักเสบ บี เป็นชนิดที่พบบ่อยและเป็นปัญหาสำคัญของระบบสาธารณสุขในประเทศไทย

การติดต่อ โรคไวรัสตับอักเสบ บี

โรคไวรัสตับอักเสบ บี เป็นโรคที่ติดต่อจากคนสู่คน ผ่านช่องทางต่างๆดังนี้

  • ติดต่อผ่านการรับเลือด (ปัจจุบันพบน้อยมาก  เนื่องจากเทคโนโลยีในปัจจุบันสามารถคัดกรองเลือดที่มีเชื้อปนเปื้อนได้เกือบทั้งหมด)
  • ติดต่อทางการสัก  การเจาะหู ด้วยเครื่องมือที่ไม่สะอาด
  • ติดต่อทางเพศสัมพันธ์
  • ติดต่อจากแม่สู่ลูก
  • ติดต่อจากการผ่าตัดเปลี่ยนอวัยวะ

อาการ โรคไวรัสตับอักเสบ บี

  • อาการระยะเฉียบพลัน  ผู้ป่วยจะเริ่มมีอาการภายใน 1-4 เดือน หลังติดเชื้อ ดังนี้
    • อาการไข้  ตัวเหลืองตาเหลือง  ปวดท้องใต้ชายโครงขวา
    • อาการอื่นๆ ได้แก่ เคลื่อนไส้อาเจียน  เบื่ออาหาร  อ่อนเพลีย  ผื่น  ปวดข้อ
    • ผู้ป่วยบางรายอาจมีอาการรุนแรง  เกิดจากการที่เซลล์ตับถูกทำลายเป็นจำนวนมาก  ในกรณีนี้อาจทำให้เกิดอาการตับวายได้
    • อาการตับอักเสบระยะเฉียบพลันจะดีขึ้นใน 1-4 สัปดาห์   และจะหายเป็นปกติเมื่อร่างกายสามารถกำจัดและควบคุมเชื้อไวรัสตับอักเสบได้  ซึ่งมักใช้เวลาไม่เกิน 3 เดือน  แต่ผู้ป่วยส่วนน้อย (5-10%) ไม่สามารถกำจัดเชื้อออกจากร่างกายได้หมด ทำให้ผู้ป่วยมีการติดเชื้อไวรัสตับอักเสบ บี เรื้อรัง
  • ระยะเรื้อรัง
    • แบ่งผู้ป่วยได้เป็น 2 กลุ่มคือ
      • พาหะ (carrier) คือ ผู้ป่วยที่มีเชื้อไวรัสตับอักเสบ บี ในร่างกาย   ผู้ป่วยจะไม่มีอาการแต่ยังสามารถแพร่เชื้อสู่ผู้อื่นได้  ผลการตรวจเลือดพบค่าการทำงานของตับอยู่ในเกณฑ์ปกติ
      • ตับอักเสบเรื้อรัง (Chronic hepatitis) คือ ผู้ป่วยที่มีเชื้อไวรัสตับอักเสบ บี ในร่างกาย และตรวจเลือดพบค่าการทำงานของตับผิดปกติ
    • ผู้ป่วยส่วนมากมักไม่มีอาการ   บางรายอาจมีอาการอ่อนเพลีย  หรือเบื่ออาหารได้
    • การติดเชื้อแบบเรื้อรังพบบ่อยในเด็กที่ติดเชื้อตั้งแต่แรกเกิด

การวินิจฉัยโรคไวรัสตับอักเสบ บี

  • เจาะเลือดตรวจค่าการทำงานของตับ (Liver function test)
  • เจาะเลือดตรวจเชื้อไวรัสตับอักเสบ บี   การตรวจหลักๆ มีดังนี้
    • HBsAg  :  ให้ผลบวกแปลว่าผู้ป่วยกำลังติดเชื้อไวรัสตับอักเสบ บี
    • anti-HBs : ให้ผลบวกแปลว่าผู้ป่วยมีภูมิคุ้มกันต่อเชื้อไวรัสตับอักเสบ บี     ภูมิคุ้มกันจะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อผู้ป่วยได้รับการการฉีดวัคซีน หรือเคยติดเชื้อไวรัสตับอักเสบและหายจากโรคแล้ว   ดังนั้นผู้ป่วยที่มีภูมิคุ้นกันจึงไม่แพร่เชื้อให้ผู้อื่น  และไม่ติดเชื้อไวรัสตับอักเสบบี อีก
    • การวินิจฉัยว่าเป็น ไวรัสตับอักเสบบีเรื้อรั้ง ต้องเจาะเลือดตรวจซ้ำอีกครั้งที่ 6 เดือน  หากพบว่าร่างกายไม่สามารถกำจัดเชื้อไวรัสตับอักเสบ บี และไม่สามารถสร้างภูมิคุ้มกันได้ จึงจะวินิจฉัยว่าเป็น  “โรคไวรัสตับอักเสบ บี เรื้อรัง”
  • การตัดชิ้นเนื้อจากตับไปตรวจ    แพทย์จะให้เข็มแทงผ่านผิวหนังเพื่อเก็บชิ้นเนื้อจากตับ  การตรวจนี้ไม่ได้ทำในผู้ป่วยทุกราย   ทำเฉพาะในผู้ป่วยตับอักเสบเรื้อรังที่ต้องการติดตามการดำเนินไปของโรค เช่น สงสัยภาวะตับแข็ง  มะเร็งตับ เป็นต้น

การรักษาโรคไวรัสตับอักเสบ บี

  • ในระยะเฉียบพลัน    ผู้ป่วยส่วนมาก (ประมาณ 95%)  สามารถสร้างภูมิคุ้มกันต่อเชื้อและหายจากโรคได้เอง   การรักษาในระยะนี้จึงเป็นเพียงการรักษาตามอาการเท่านั้น    สำหรับผู้ป่วยที่มีอาการตับอักเสบในระยะเฉียบพลันอย่างรุนแรง  อาจพิจารณาให้ยาต้านไวรัส
  • ในระยะเรื้อรัง  การรักษาที่มีในปัจจุบันได้แก่
    • ยาต้านไวรัส
    • การฉีด อินเตอร์เฟียรอน แอลฟ่า  (Interferon- Alpha)
    • การผ่าตัดเปลี่ยนตับ

การปฏิบัติตัวเมื่อทราบว่ามีเชื้อไวรัสตับอักเสบบี

  • หลีกเลี่ยงการรับประทานถั่วลิสงหรือพริกป่นบด เนื่องจากอาจปนเปื้อนเชื้อราอัลฟ่าท็อกซิน  ที่อาจเพิ่มความเสี่ยงของการเกิดมะเร็งตับ
  • ไม่ควรดื่มสุราหรือใช้ยาสมุนไพร
  • ระมัดระวังการใช้ยาที่เป็นพิษต่อตับ  ใช้ยาลดไข้แก้ปวดได้โดยไม่ใช้ยาเกินขนาด
  • ไม่บริจาคโลหิต
  • ระวังการติดต่อโรคให้ผู้อื่น  เช่น จากแม่สู่ลูก  มีเพศสัมพันธ์โดยไม่ป้องกัน  พยายามไม่ให้สารคัดหลั่งสัมผัสบาดแผลของผู้อื่น
  • พักผ่อนให้เพียงพอและติดตามการรักษากับแพทย์อย่างสม่ำเสมอ

การติดตามและเฝ้าระวังโรคในผู้ป่วยที่ติดเชื้อไวรัสตับอักเสบบี ชนิดเรื้อรัง

  • ผู้ป่วยมีโอกาสเกิดโรคมะเร็งตับมากกว่าคนปกติ  และยิ่งมีความเสี่ยงสูงในกรณีต่อไปนี้
    • ชายอายุ 40 ปีขึ้นไป
    • หญิงอายุ 50 ปีขึ้นไป
    • เป็นโรคตับแข็ง
    • มีคนในครอบครัวเป็นมะเร็งตับ
    • ผู้ที่มีอายุ 40 ปีขึ้นไปที่มีเอนไซม์ตับและ/หรือจำนวนไวรัส HBV สูง
  • การติดตามและเฝ้าระวังทำได้โดยติดตามระดับของแอลฟ่าฟีโตโปรตีน (Alpha-fetoprotein) ในเลือด และอัลตราซาวด์ตับทุก 6 เดือน

การป้องกัน โรคไวรัสตับอักเสบ บี

ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2534 องค์การอนามัยโลกมีนโยบายให้ ร.พ. ทุกแห่งฉีดวัคซีนป้องกันโรคไวรัสตับอักเสบ บี  ให้แก่

  • ทารกแรกเกิดทุกคน
  • ผู้ที่อยู่ภายในบ้านเดียวกันกับผู้ที่เป็นโรคตับอักเสบเฉียบพลันจากไวรัส HBV หรือเป็นพาหะของ HBV
  • ผู้ที่มีประวัติเพศสัมพันธ์ที่มีความเสี่ยง เช่น มีคู่หลายคน  ผู้ชายที่มีเพศสัมพันธ์กับผู้ชาย  ผู้ที่เป็นโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์  ผู้ค้าบริการทางเพศ  เป็นต้น
  • ผู้ที่ติดเชื้อ HIV
  • ผู้ที่มีโรคตับ

ทำอย่างไรเมื่อมีประวัติสัมผัสหรือเสี่ยงต่อการติดเชื้อไวรัสตับอักเสบ บี

เช่น  หากท่านมีเพศสัมพันธ์กับคู่นอนที่ติดเชื้อไวรัสตับอักเสบ บี  หรือสัมผัสกับเลือดของผู้ป่วยที่มีเชื้อ เป็นต้น  การป้องกันการติดเชื้อสามารถทำได้ดังนี้

  • ถ้าเคยฉีดวัคซีนและเคยตรวจว่ามีภูมิคุ้มกันเพียงพอ ไม่ต้องทำอะไร
  • ในกรณีที่ยังไม่มีภูมิคุ้มกัน   สามารถป้องกันได้โดยการฉีดวัคซีน  และฉีดอิมมูโนโกลบูลิน

บทความอื่นๆที่คล้ายกัน

48 Comments
January 15, 2010 in -อายุรกรรม, -โรคตับ
Tagged , ,

48 Responses

  1. ปิยณา

    1. อยากรู้หน้าที่ของตับ ว่ามีหน้าที่อย่างไรในร่างกาย?
    2. การมีถุงน้ำในตับใหญ่ ขนาด 10X6X6 cm. นั้น จำเป็นต้องผ่าตัดหรือไม่?
    3. ถ้าผ่าเอาน้ำออกแล้วจะอันตรายหรือไม่?
    4. หลังจากผ่าตัดแล้ว จะมีผลข้างเคียงหรือไม่?
    5. หลังการผ่าตัดต้องดูแลรักษาตัวเองอย่างไร?

  2. พัชรินทร์

    ถ้าหากปล่อยให้ลูกแล้วจะมีผลกระทบต่อลูกหรือไม่

  3. นู๋อุ้ม

    หนูเครียดมากทำงานได้เดือนหนึ่ง แล้วโรงงานให้ไปตรวจเลือด ผลออกมาว่าหนูเปนไวรัสตับอักเสบ บี เมื่เดือนที่แล้วหนูก้อเคยตรวจเลือด เลือดยังปกติ แล้วหนูติดได้ไงเนี้ย สามีก้อไม่ได้อยู่ด้วยกัน หนูเครียดมาก ทามงายดีคะ

  4. มีวิธีรักษาโรคนี้ที่ดีที่สุดไหมคับ

  5. ตอนนี้อายุ 30 ปี ไปตรวจเลือดแล้ว พบว่า ติดเชื้อไวรัสตับอักเสบบี ควรใช้ชีวิตประจำวันยังไง และวิธีการรักษายังไงค่ะ

  6. อยากทราบเรื่องราคาการฉีดวัคซีน Interferon และชนิดยากิน Lamivudine

  7. ปิยวรรณ

    ตอนนี้ท้องอยู่6เดือนแล้วเครียดมากเรยไม่รู้เปงตับขึ้นมาได้อย่างไรงง
    อายุ 19 ปี เอง

  8. พิริยะ

    ปวดตับครับตอนนี้ (ปวดไม่มาก) เป็นแต่ก็กินเหล้า ถ้าจะเลิกมันยังจะทันหรือป่าว

    จะตายมั้ย

    พูดไป ตายไป พ่อแม่เสียใจ กำลังจะเรียนจบอยู่แล้ว เตรียมใจเหมือนกันนะครับ แต่ไม่มีอะไร น่าเป็นห่วง พี่ผม เค้า สามารถเลี้ยงดูพ่อแม่ได้ ทุกคนมันต้องตาย ไม่ช้า หรือ เร็ว ก็แค่เท่านั้น เห้ออ

  9. ไม่เครียดนะครับ ทำร่างกายให้แข็งแรงดูแลสุขภาพกายและใจ ในโลกนี้อะไรไม่แน่นอน ไม่ต้องคิดว่าเราเป็นได้ไง การค้นหาสิ่งที่เกิดขึ้นมาแล้ว ไม่มีประโยชน์ครับ เราต้องคิดว่าทำอย่างไรจะทำให้เรามีชีวิตต่อไปอย่างมีความสุข ผมก็เป็น โดยไม่ทราบ แต่ผมก็ไม่เครียด ผมคิดว่านี้อาจเป็นพรจากพระเจ้า บางที่ต่อไปภายหน้า เราไม่รู้ว่าจะมีโรคอะไรใหม่ๆอีก ไม่น่ากลัวอย่างที่คิด เมื่อร่างกายแข็งแรง จิตใจเข้มแข็ง โรคนี้ก็จะกลายเป็นเกาะคุ้มกันให้เราเอง แต่ต้องรักษาร่างกายให้แข็งแรง พักผ่อนเยอะๆ ไม่ต้องคิดมากนะครับ จงยอมรับมันแล้วทำให้มันรู้ว่า เธอจะอยู่กับฉันได้ ถ้าเธอไม่ทำร้ายฉัน

  10. อายทราบว่าเมื่อสามีกินยารักษาโรคไวรัสตับอักเสบ บี สามารถมีลูกได้มัย เพราะภรรยาไม่ได้มีเชื้อไวรัสตับอักเสบบี และมีภูมิคุ้มกันแล้ว และถ้าจะมีลูกมีอยากหรือป่าวค่ะ

  11. ตอนนี้พี่สาวผมเป็นไวรัสตับอักเสบบี ตัวเหลืองเบื่ออาหาร อยากทราบถึงขั้นตอนการรักษาที่ดีที่สุด เพราะไม่อยากให้อาการทรุดไปมากกว่านี้ ปัจจุบันทานยาเสริมสุขภาพ มะโฮ อยู่ ระบบน้ำเหลืองต่างๆทำงานดีขึ้นจากเมื่อก่อนมาก แต่ตอนนี้อยากทราบถึงตัวยารักษา ไวรัสตับอักเสบบี โดยตรงครับ ขอบคุณครับ

  12. น้องแก้ว

    อายุ 35 ค่ะ เป็นไวรัสตับอักเสบ บี คิดว่าน่าจะเป็นแบบเรื้อรังค่ะเพราะเป็นมาเกือบ 10 ปี หากไปพบแพทย์รักษามีโอกาสหายขาดไหมค่ะ แล้วมีวิธีดูแลรักษาร่างกายอย่างไรค่ะ ขอบคุณค่ะ

  13. จักษณ์

    มียาสมุนไพรรักษาไวรัสตับอักเสบบี(ต้องลองด้วยตนเองครับ ไม่ลองไม่รู้ครับ )สนใจติดต่อสอบถามได้ครับ 0868808991 รีบรักษาก่อนที่จะสายเกินไปก่อนที่จะไม่มีโอกาสที่จะรักษานะครับ

  14. โสระยา อัศวปานทิพย์

    ลองไปคุยกับ อ.พิสิทธิ์ ร พ จุฬาซิค่ะ รักษาฟรีค่ะ

  15. ไพรัตน์ บุญอุ่น

    ตรวจเจอเชื้อตอนอายุ 22 ปี (แต่ตอบี้อายุ26 ปี)ถ้าไปหาหมอไม่ทราบว่ามีขั้นตอนการรักษาอย่างไรบ้าง(อยากทราบมากจริงๆครับ)เพราะกลัวมากเลย

  16. พจน์

    การตัดถุงน้ำดีออก มีผลเสียต่อร่างกายแน่นอนครับ เพราะร่างกายมีถุงน้ำดีไว้ชำระล้างสารเคมีที่มากับอาหาร ถ้าถูกทำลายหรือถูกตัดออกไปทำให้การทำงานของระบบการย่อยอาหารเพี้ยนทันที ทำให้เกิดอาการแทรกซ้อนกับโรคที่จะเกิดขึ้นได้ เพราะถุงน้ำดีจะปรับสมดุลร่างกายไม่ให้ร่างกายมีสารพิษตกค้างในร่างกาย ถ้าร่างกายคนเรามีสารพิษตกค้างในร่างกายมากๆ สะสมไปนานๆ จะทำให้ร่างกายเปลี่ยนเซลล์ดีไปเป็นเซลล์เนื้อร้ายทันที

  17. อยากหายค่ะ
    ต้องทำอย่างไรบ้างค่่ะช่วยแนะนำด้วยค่ะ

  18. ถ้ามีลูกจะเกิดอันตรายกับลูกใหม

  19. อดิศักดิ์

    ตอนนี้ผมอายุ 20 ปีครับผมไปตรวจเลือดไปพบไวรัสตับอักเสบ บี ครับผมจะทำอย่างไรดีครับ ผมจะมีลูกก็ไม่ได้ครับผมหาวิธีการรักษามาก็รอดูผมอยู่ครับมันเป็นยาเม็ดครับ ผมอยู่ อ.บางบ่อ โทรมาหาผมได้ครับ 088-891-1499

  20. ทำอย่างไร ที่จะทำให้ไวรัสตับอักเสบบีหายขาด และมีภูมิคุ้กันกัน
    และถ้ามีเชื้อนี้แล้วจะไปทำงานที่ประเทศมาเลเซียได้หรือป่าว

  21. ปรัศณี

    ตอนนี้อายุ 24 ปีตรวจพบ ติดเชื้อไวรัสตับอักเสบบี เหมือนกันและอยู่ในช่วงเข้าทำงานใหม่อยู่ เครียดมากเลยค่ะอยากทราบว่าจะรักษาหายจากโรคนี้ไหมค่ะ

  22. ผมก็เป็นครับ ผมก็งงว่าไปติดจากที่ไหนมาเหมือนกัน ปัจจุบันผมมักมีอาการอ่อนเพลีย และมีผื่นขึ้นตามตัว อยากทราบว่าระยะนี้เค้าเรียกว่าอะไร และผมควรทำตัวอย่างไร

  23. วิทยา

    ไม่ทราบว่าโรคไวรัสตับอักเสบบี มีความสัมพันธ์ใด ๆ กับค่า Creatinine ที่ตรวจการทำงานของไต หรือไม่ ?

  24. พิมพ์ชนก ประศรีพัฒน์

    เป็นไวรัสตับอักเสบ บี มาประมาณ 10 ปีแล้ว ไปหาหมอตามที่หมอนัดมาตลอด แต่ไม่เคยได้รับยาอะไรเลย

  25. ตอนนี้แฟนท้องอยู่ผมมีเชื้อไวรัสตับอักเสบบีถ้าลูกติดเชื้อจากผมแล้วมีโอกาศหายไหม

  26. เจนนี่

    คนที่เริ่มเปนไวรัสปะรเภทนี้ ควรงดแอลกอฮอล์อย่างเด็ดขาดนะคะ ถ้าไม่..ก้จะมีผลตามมาถึงขั้นเกิดเนื้องอกค่ะ (แต่จะร้ายหรือดีต้องตรวจโดยละเอียด) แต่ที่แน่ๆ ถ้าไม่เลิกแอลกอฮอล์ มีผลแน่นอน100%
    ด้วยความปราถนาดีค่ะ

  27. ดุสิต

    ผมตรวจพบว่ามีเชื้อไวรัสตับอักเสบชนิดบีครับผมกลุ้มมาก และมันอันตรายมากน้อยแค่ไหน
    ควรดูแลรักษายังไงครับ

  28. ตอน้ผมก็เป็น

  29. ดูในเน็ตบอกว่า เป็นไวรัสตับอักเสบบีเนีย ถ้าเราดูแลตัวเองให้ดีก็สามารถที่จะหายเร็ว เช่น ออกกำลังกาย กินผักเขียว พักผ่อนให้เพียงพอ แล้วก็ไปตรวจเลือดทุกเดือนจนกว่าจะหายขาด

  30. กู้เกียรติ

    ผมเป็นไวรัสตับอักเสบบี แต่ผมหายมานานแล้ว ผมไปบริจาคเลือดทุกสามเดือน
    เขาก็ไม่บอกว่าผมติดเชื่อไว้รัชตับอักเสบบี แสดงว่าผมหายขาดแล้วใช่ไหม

  31. เป็นเหมือนกันคะพี่สาวก็เป็นตอนนี้ตัวเหลืองต่อไปไม่รู้จะดป็นไง คิอว่่คงต้องรับรักษา

  32. กินยาสมุนไพรหายจิงป่าว

  33. ผมเพิ่งมีเพศสัมพันธุ์กับแฟนที่เคยได้รับเชื้อไวรัสตับอักเสบบี แต่ได้รับการรักษาโดยการฉีดวัคซีนที่ ร.พ.รามามาแล้วประมาณ1ปี และตัวผมเองก็ไม่เคยได้รับวัคซีนป้องกันไวรัสชนิดนี้เลย อยากถามว่า ผมมีโอกาสได้รับเชื้อมากน้อยเพียงใด และจะตรวจหาค่าเจอได้ตอนไหน และถ้าผมไปรับวัคซีนตอนนี้จะทันหรือไม่ และโรคนี้มีสิทธิที่จะหายขาดใหม และการที่เราใช้พาชนะต่างๆเช่น แก้วน้ำ จาน ชาม ช้อน ร่วมกันกับผู้ที่มีเชื้อไวรัสตับอักเสบบี จะมีโอกาสติดเชื้อได้มากน้อยแค่ไหน

  34. เป็นไวรัสตับอักเสบ สามารถทานยาวิตามิน ซี ขนาด 500 mg. ขององค์การเภสัชกรรม
    ได้หรือไม่คะ

  35. เพิ่งได้รัยจดหมายจากสภากาชาดค่ะ ว่าเลือดที่ให้ไว้อาจมีเชื้อของโรคนี้ พฤหัสนี้ต้องไปตรวจคัดกรองอีกครั้งว่าเป็นแน่ไหม แต่เท่าที่อ่านข้อมูลของโรคนี้จาก internet ค่อนข้างตรงกับที่เป็นคือ อ่อนเพลีย เบื่ออาหาร คลื่นไส้ อยากนอนแต่พอนอนก็นอนไม่หลับ ………เอาใจช่วยด้วยนะค่ะไม่อยากให้เป็นเลย……………

  36. ไปตรวจเลือดเพื่อเตรียมจะมีบุตรมา หมอบอกว่าผมเป็นไวรัสตับอักเสบบี ให้พาภรรยามาตรวจดูว่าติดเชื้อจากผมหรือไม่ ผลคือ ภรรยาไม่พบเชื้อ แต่ไม่มีภูมิคุ้มกัน ตอนนี้ก็เลยไปฉีดภูมิคุ้มกันไว้ หน้าแปลกตรงที่ทำไมภรรยาถึงไม่ติด แสดงว่าแข็งแรงดีรึเปล่า

  37. โรคทางตับอักเสบแบบเรื้อรังหายยากจริงๆ ตอนหลังก้เจอหมอที่รักษา เป็นแพทย์ทางเลือกครับรักษาได้จริงครับ เข้าไปชมที่เวปไซต์นี้ http://www.doctorforyou.biz

  38. ตรวจพบเมื่อสิบกว่าปีก่อน (ก็ดีเหมือนกันที่เป็น)เพราะก่อนหน้านี้ใช้ชีวิตไร้สาระ ก่อนหน้านี้กลัวตายเพราะเป็น..
    แต่ตรงนี้กลับมองว่า สอนให้เรารู้จักใช้ชีวิต เลิกเหล้า ทานมังสาวิรัติ ปฏิบัติธรรม ทำประโยชน์ ผมไม่ได้รักษาอะใรครับ
    ตรวจสุขภาพทุกปี หมอแจ้งว่ามีเชื้อแต่ค่าตับปกติ แต่หมอไม่ได้แนะนำเรื่องยาอะใรครับ แค่แนะนำว่างดเหล้า(โดยปกติเลิกมานานแล้ว)สุขภาพปกติ (แนะนำเพื่อนๆครับ)ลองทานมังสาวิรัติครับอาจไม่ได้ช่วยให้หาย แต่ก็ไม่ได้แย่ลงครับ
    สรรพสิ่งตั้งอยู่บนความไม่แน่นอน เราเลือกที่จะทำในปัจจุบันได้ ือรักษาสุขภาพตนเอง

  39. ผู้ที่เป็น ไม่รับประทานแอลกอฮอล์ ไม่ทานเนื้อสัตว์ใหญ่ ไม่ทานอาหารที่มีรสจัด และพักผ่อนให้เพียงพอมีสิทธิ์หาย ค่ะ เพียงดูแลรักษาตัวเองให้ดี ไม่อดนอน นะคะ

  40. สุพรชัย

    ตอนนี้อายุ 30 ปี ไปตรวจเลือดแล้ว พบว่า ติดเชื้อไวรัสตับอักเสบบี ควรใช้ชีวิตประจำวันยังไง และวิธีการรักษายังไง และอยากทราบเรื่องราคาการฉีดวัคซีน Interferon และชนิดยากิน Lamivudine ใช้ประกันสังคมได้รึเปล่าในการตรวจแต่ละครั้ง ขอบคุณล่วงหน้าครับผม

  41. อยากจะสอบถามค่ะ เคยไปตรวจแล้วเจอะว่าเป็นพาหะไวรัสบี แล้วก็มีจำนวนเชื้อไวรัสมากด้วย หมอให้ทานยาต้านไวรัสมาประมาณ 2-3 ปีแล้ว และตรวจเลือดทุกสามเดือน ตรวจเอนไซม์ตับอย่าเดียวน่ะค่ะ หมอบอกว่าปกติดี
    แล้วก็ให้ทานยาตลอด
    แต่หลังจากที่ตรวจดูจำนวนเชื้อไวรัสไปเมื่อ 2-3 ปีก่อน ก็ยังไม่เคยตรวจตัวนี้อีกเลยจะเป็นอะไรไหม
    แล้วยาต้านไวรัสเนียจำเป็นต้องทานไปตลอดเลยหรือค่ะ

  42. อันตรายที่เกิดขึ้นเกี่ยวกับโรคนี้มีอะไรบ้าง

  43. ตอนนี้อายุ 11 ปีเองมีไวรัสแล้วทำไงดี…:-[:-(:-(:-(

  44. เคยเป็นไวรัสตับอักเสบบี ตั้งแต่อายุ15-16 ปี แต่รักษาหายแล้ว ตรวจสุขภาพเกือบทุกปีในช่วง10ปีที่ผ่านมา และ
    เริ่มบริจาคโลหิตตั้งแต่ปี 2558 โดยก่อนหน้าบริจาคได้สอบถามจากแพทย์ที่ไปตรวจสุขภาพว่าสามารถบริจาคได้หรือไม่

    ซึ่งแพทย์บอกว่าบริจาคได้ เพราะผลตรวจคือหายจากโรคและมีภูมิแล้ว จึงได้ไปบริจาคทั้งเลือดและอวัยวะ
    ล่าสุดจะไปบริจาคเลือดเป็นครั้งที่4 แต่ทางกาชาดแจ้งว่าไม่ควรบริจาคอีก และเลือดที่เคยบริจาคไปแล้วนั้นใช้ไม่ได้

    จึงเกิดความสงสัยว่าจริงๆแล้ว บริจาคได้หรือไม่ ทั้งเลือดและอวัยวะค่ะ

    ขอบพระคุณยิ่งค่ะ
    รฐา

Leave a Reply

Using Gravatars in the comments - get your own and be recognized!

XHTML: These are some of the tags you can use: <a href=""> <b> <blockquote> <code> <em> <i> <strike> <strong>