มะเร็งเยื่อบุโพรงมดลูก

endometrium

มะเร็งเยื่อบุโพรงมดลูก (Endometrial cancer) เกิดขึ้นเมื่อเซลล์เยื่อบุโพรงมดลูกมีการเจริญเติบโตผิดปกติ  มีการแบ่งตัวของเซลล์อย่างรวดเร็วตลอดเวลา กลไกลของร่างกายไม่สามารถควบคุมการแบ่งตัวได้   มะเร็งเยื่อบุโพรงมดลูก หรือมะเร็งมดลูกเป็นมะเร็งที่พบได้บ่อยเป็นอันดับ 3 ของมะเร็งอวัยวะสืบพันธุ์ผู้หญิงไทย บางคนอาจนำไปสับสนกับมะเร็งปากมดลูก ที่พบบ่อยเป็นอันดับ 1  โรคนี้ถ้ามาพบแพทย์ตั้งแต่แรกเริ่มมีอาการมักรักษาได้หายค่อนข้างสูง

มดลูกคืออะไร?

มดลูกเป็นอวัยวะที่ตั้งอยู่ในเชิงกราน  มีช่องกลวงอยู่ตรงกลาง  ลักษณะคล้ายชมพู่คว่ำ  ด้านล่างของมดลูกมีปากมดลูกเป็นทางเชื่อมต่อกับส่วนบนของช่องคลอด  มดลูกเป็นที่ให้ทารกฝังตัวและเจริญเติบโต เยื่อบุโพรงมดลูก คือ ผิวด้านในของมดลูก ซึ่งในวัยเจริญพันธุ์จะทำงานภายใต้การควบคุมของฮอร์โมน โดยจะหนาตัวขึ้นทุกเดือนเพื่อรอรับการฝังตัวของตัวอ่อน (ทารก) หากเดือนใดไม่มีการตั้งครรภ์เยื่อบุโพรงมดลูกจะสลายตัวออกมาเป็นประจำเดือน (ระดู)

มะเร็งเยื่อบุโพรงมดลูกพบบ่อยแค่ไหน?

ในประเทศไทย พบบ่อยเป็นอันดับ 3 ของมะเร็งอวัยวะสืบพันธุ์สตรี โดยพบประมาณ 3 คน/แสนราย/ปี ในประเทศที่พัฒนาแล้ว เช่น อเมริกา หรือยุโรป พบบ่อยเป็นอันดับ 1

ประเทศไทยในฐานะประเทศกำลังพัฒนา ที่เริ่มมีลักษณะความเป็นอยู่คล้ายคลึงประเทศแถบตะวันตกมากขึ้นทุกที จึงพบการเกิดมะเร็งชนิดนี้เพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ

ใครบ้างที่เสี่ยงต่อมะเร็งเยื่อบุโพรงมดลูก?

ผู้ที่มีความเสี่ยงต่อไปนี้ไม่จำเป็นต้องเป็นมะเร็งเยื่อบุโพรงมดลูก   แต่มีความเสี่ยงมากกว่าคนปกติทั่วไป

  • ระดับและระยะเวลาของการสัมผัสฮอร์โมนเอสโตรเจนเป็นปัจจัยเสี่ยงที่สำคัญที่สุด  ระดับฮอร์โมนเอสโตรเจนจะเริ่มสูงขึ้นเมื่อมีประจำเดือนครั้งแรก  และลดลงเมื่อหมดประจำเดือน
  • ความอ้วนเป็นปัจจัยเสี่ยง  เพราะเซลล์ไขมันสามารถผลิตฮอร์โมนเอสโตรเจนได้  พบว่าผู้หญิงที่มีน้ำหนักเกินจากน้ำหนักในอุดมคติ 25 กิโลกรัม  จะมีความเสี่ยงเพิ่มขึ้นถึง 10 เท่าู
  • ผู้ที่ไม่เคยตั้งครรภ์มีความเสี่ยงสูงกว่าผู้ที่เคยตั้งครรภ์ 2-3 เท่า
  • มีประจำเดือนครั้งแรกก่อนอายุ 12   เพราะการมีประจำเดือนเร็วทำให้  ตลอดชีวิตของผู้ป่วยมีระยะเวลาในการสัมผัสกับฮอร์โมนเอสโตรเจนนานกว่าปกติ
  • หมดประจำเดือนหลังอายุ 52 ปี
  • การได้รับฮอร์โมนเพศหญิง ซึ่งมีได้ 2 กรณีด้วยกัน

    1.1 ฮอร์โมนวัยทอง ฮอร์โมน วัยทองมีหลายชนิดและหลายส่วนประกอบ บางชนิด (เอสโตรเจนอย่างเดียวไม่มีโปรเจสโตเจน) สามารถกระตุ้นโรคนี้ได้มาก บางชนิด (เอสโตรเจนที่มีโปรเจสโตเจนร่วมด้วย) ก็ไม่ทำให้เป็นโรคนี้ ดังนั้นผู้ที่รับประทานฮอร์โมนวัยทองควรปรึกษาแพทย์ก่อน และอยู่ภายใต้การควบคุมของแพทย์

    1.2 สมุนไพร ยา สมุนไพรบางชนิดมีเอสโตรเจนปริมาณสูง เช่น กวาวเครือ และอีกหลายชนิดมีเอสโตรเจนแฝงอยู่โดยไม่รู้ การรับประทานสมุนไพรบางตัวจึงอาจทำให้เลือดระดูออกผิดปกติหรือเสี่ยงต่อการ เกิดมะเร็งเยื่อบุโพรงมดลูกได้

  • ยารักษามะเร็งเต้านม ในผู้ป่วยมะเร็งเต้านมหลังผ่าตัด บางรายแพทย์แนะนำให้รับประทานยาทามอกซิเฟน (Tamoxifen) เพื่อป้องกันการกลับเป็นซ้ำ  ซึ่งยานี้มีลักษณะคล้ายฮอร์โมนเอสโตรเจนจึงกระตุ้นให้เยื่อบุโพรงมดลูกผิดปกติได้ จึงสมควรได้รับการตรวจติดตามอย่างใกล้ชิด
  • ภาวะไข่ไม่ตกเรื้อรัง ซึ่งมักมีอาการประจำเดือนมาไม่สม่ำเสมอ เมื่อเป็นมากๆ อาจมีสิว ผิวมัน ขนดกร่วมด้วยกลุ่มนี้มีเอสโตรเจนสูงเช่นกัน
  • โรคเยื่อบุโพรงมดลูกหนาผิดปกติ ซึ่งถ้าไม่ได้รับการรักษาอย่างเหมาะสมมีโอกาสกลายเป็นมะเร็งได้
  • ประวัติพันธุกรรม ญาติสายตรง เป็นมะเร็งสำไส้ใหญ่

ปัจจัยป้องกันมะเร็งเยื่อบุโพรงมดลูก

พบว่าการรับประทานยาเม็ดคุมกำเนิดชนิดที่มีทั้งฮอร์โมนเอสโตรเจนและโปรเจสเตอโรน ช่วยป้องกันการเกิดมะเร็งเยื่อบุโพรงมดลูก ได้ นอกจากนั้นยังช่วยป้องกันการเกิดมะเร็งรังไข่ด้วย

อาการมะเร็งเยื่อบุโพรงมดลูก

โรคนี้มักเริ่มแสดงอาการแต่ต้น นั่นคือ มีเลือดออกทางช่องคลอด เนื่องจากมะเร็งชนิดนี้มักเกิดหลังอายุ 50 ปี ดังนั้น ผู้หญิงทุกคนที่มีเลือดออกหลังหมดประจำเดือนไปแล้วควรรีบมาพบแพทย์

ผู้ที่ยังไม่ถึงวัยทอง แต่ถ้ามีอาการเลือดออกผิดปกติที่ไม่ใช่รอบเดือน เช่น ออกกระปริดกระปรอย หรือออกมามากและนานกว่าปกติ คือเกิน 7 วันต่อรอบ ก็ควรมาพบแพทย์เช่นกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อมีปัจจัยเสี่ยงข้างต้น การตรวจพบแต่ระยะแรกโอกาสหายสูง  ส่วนกรณีที่โรคเป็นมากแล้ว อาจมีอาการของมดลูกโตขึ้น ปวดท้องน้อย น้ำหนักลด  คลำได้ก้อนในท้องน้อย มดลูกไปกดกระเพาะปัสสาวะทำให้ปัสสาวะบ่อยหรือกดทวารหนัก ทำให้อุจจาระลำบากได้

วินิจฉัยมะเร็งเยื่อบุโพรงมดลูก

การวินิจฉัยที่แน่นอนได้จากการนำเยื่อบุโพรงมดลูกไปตรวจทางพยาธิวิทยาโดยกล้องจุลทรรศน์ ซึ่งมักต้องขูดมดลูกให้ได้เนื้อเยื่อไปตรวจ

ในผู้ทีเคยมีบุตรแล้ว การขูดมดลูกทำได้โดยฉีดยาชา ส่วนผู้ที่ยังโสด หรือไม่เคยมีบุตรแพทย์มักวางยาสลบให้ไม่เจ็บ สามารถกลับบ้านได้หลังขูดมดลูก  อ่านคำแนะนำเรื่องการขูดมดลูกได้ที่ –> การขูดมดลูก

ระยะของมะเร็งเยื่อบุโพรงมดลูก

แบ่งคร่าวๆได้ดังนี้

  • ระยะที่ 1 : มะเร็งจำกัดอยู่แค่ในเยื่อบุโพรงมดลูก และกล้ามเนื้อมดลูก
  • ระยะที่ 2 : มะเร็งลุกลามไปถึงปากมดลูก
  • ระยะที่ 3 : มะเร็งลุกลามออกไปนอกมดลูก แต่ยังอยู่ในช่องเชิงกราน  เช่น  ไปปีกมดลูก  ไปช่องคลอด
  • ระยะที่ 4 : เป็นมะเร็งระยะสุดท้าย  มะเร็งกระจายไปอวัยวะอื่นๆ ในร่างกาย  เช่น ปอด กระดูก ลำไส้  กระเพาะปัสสาวะ เป็นต้น

รักษามะเร็งเยื่อบุโพรงมดลูก

ทำได้โดยการผ่าตัด ซึ่งได้แก่ การตัดเอามดลูก ปากมดลูก ปีกมดลูก (รังไข่และท่อนำไข่) ออกร่วมกับการล้างน้ำในช่องท้องและสุ่มตัดต่อมน้ำเหลืองไปตรวจ

การผ่าตัดจะช่วยทำให้ทราบว่าผู้ป่วยอยู่ในระยะใดของโรค หากพบว่าเป็นระยะแรก กล่าวคือ มีมะเร็งอยู่เฉพาะที่เยื่อบุโพรงมดลูก ยังมีการลุกลามเข้าไปในกล้ามเนื้อมดลูกไม่มาก ไม่มีการกระจายของโรคไปอวัยวะอื่น การผ่าตัดที่กล่าวมาก็เพียงพอในการรักษา ไม่จำเป็นต้องได้รับการรักษาอย่างอื่นเพิ่มเติมผลการรักษาดีมาก

หากพบว่าเริ่มมีการลุกลามของมะเร็งลึกขึ้น หรือกระจายไปในอวัยวะข้างเคียง หลังผ่าตัดจำเป็นต้องได้รับรังสีรักษา (ฉายแสง) ร่วมด้วย โดยรังสีแพทย์จะพิจารณาฉายแสงภายนอกหรือใส่แร่ที่ช่องคลอด หรือทั้งสองวิธี แล้วแต่กรณี  ในกลุ่มที่มีการกระจายของโรคไปไกลๆ เช่น ช่องท้องด้านบน ตับ ปอด อาจต้องให้ยาเคมีบำบัดร่วมด้วย ซึ่งผลการรักษาไม่ดี

สรุป

โรคมะเร็งเยื่อบุโพรงมดลูกมีข้อดีคือ มักมีอาการเตือนแต่แรกเริ่ม กล่าวคือมีเลือดออกผิดปกติทางช่องคลอด ดังนั้นการพบแพทย์ตั้งแต่เริ่มมีอาการผิดปกติจะช่วยให้รักษาได้โดยผ่าตัดเพียงอย่างเดียว โอกาสหายสูง

บทความอื่นๆที่คล้ายกัน

3 Comments
February 13, 2010 in -สุขภาพผู้หญิง, -สูติ-นรีเวช, -โรคมดลูก
Tagged , ,

3 Responses

  1. Rakkan iamlaor

    ดิฉัน มีปัญหา เสียดท้องด้านซ้ายบางครั้งก็ปวดมาก จนไปถึงด้านหลังซีกซ้าย ทานponstan ครั้งละ2เม็ดทุก4ช.ม ถ่ายไม่ตรงเวลา มาประมาณ3สัปดาห์ และตอนนี้อาการปวดก็เริ่มปวดบ่อยครั้งขึ้นค่ะ อาการนี้ประมาณว่าคืออะไรกังวนมาก ขอปรึกษาหน่อยค่ะ

  2. ขอบคุณสำหรับข้อมูลนะค่ะ ขึ้นชื่อว่าโรคมะเร็งน่ากลัวจริงๆและอีกอย่างเป็นอะไรข้างในเราก็ไม่สามารถรู้ได้ นอกซะจากเราไปตรวจภายในหรือหากมีอาการผิดปกติมากๆเราก็ควรรีบไปปรึกษาแพทย์ หากใครมีอาการผิดปกติภายในแต่ไม่มีเวลาไปพบแพทย์ด้วยตัวเองก็ลองไปขอคำปรึกษาจากหมอออนไลน์ได้ที่ ศูนย์สุขภาพสตรี โรงพยาบาลเวชธานี ที่นั้นเขามีบริการหมอออนไลน์พร้อมตอบคำถามและให้คำปรึกษากับสุขภาพสตรีทุกท่าน

  3. ขอบคุณมากๆ ค่ะ

Leave a Reply

Using Gravatars in the comments - get your own and be recognized!

XHTML: These are some of the tags you can use: <a href=""> <b> <blockquote> <code> <em> <i> <strike> <strong>