ขนาดของปัญหา
ในปี พ.ศ. 2546-2547 มีการศึกษาในพื้นที่จังหวัดสระแก้ว เพื่อประเมินอุบัติการณ์ของไข้หวัดใหญ่ โดยพบว่ามีอุบัติการณ์ของผู้ป่วยไข้หวัดใหญ่ที่มารับการตรวจรักษาที่แผนกผู้ป่วยนอกของโรงพยาบาล 1,420 ราย/ประชากร 100,000 คน และมีผู้ป่วยไข้หวัดใหญ่ที่รับไว้เป็นผู้ป่วยในของโรงพยาบาล 18-111 ราย/ประชากร 100,000 ในหนึ่งปี หรือคิดเป็นจำนวนผู้ป่วยทั้งประเทศ เป็นผู้ป่วยนอกมากกว่า 9 แสนรายต่อปี และผู้ป่วยในประมาณ 12,000-75,000 รายต่อไป
อีกการศึกษาหนึ่งซึ่งทำในระดับชุมชนในจังหวัดสระแก้วในปี พ.ศ. 2546 ซึ่งทำให้ได้ข้อมูลของผู้ป่วยที่ไม่ได้ไปรับการตรวจรักษาที่โรงพยาบาล ในการศึกษานี้พบว่าอุบัติการณ์ของไข้หวัดใหญ่เป็น 5,941 ราย/ประชากร 100,000 หรือคิดเป็นจำนวนผู้ป่วยทั่วประเทศเกือบ 4 ล้านรายต่อปี
ความสูญเสียทางเศรษฐกิจ
ในประเทศพัฒนาแล้วความสูญเสียทางเศรษฐกิจที่สำคัญจากไข้หวัดใหญ่เป็นผลจากการหยุดงานของผู้ป่วย ในประเทศไทยแต่เดิมซึ่งเชื่อกันว่าไข้หวัดใหญ่ไม่ใช่ปัญหาสำคัญนั้น ก็ทำให้คิดกันไปเองว่าความสูญเสียจากไข้หวัดใหญ่คงไม่มากนัก แต่จากการศึกษาโดยการสำรวจในจังหวัดสระแก้วพบว่าความเสียหายทางเศรษฐกิจจากไข้หวัดใหญ่นั้นมีขนาดใหญ่กว่าที่คิดกันทั่วไปมาก โดยเป็นการสำรวจจำนวนผู้ป่วยไข้หวัดใหญ่ที่มารับการรักษาในแผนกผู้ป่วยนอก และผู้ป่วยไข้หวัดใหญ่ที่มีปอดอักเสบและรับเป็นผู้ป่วยในของโรงพยาบาล ข้อมูลจากการศึกษานี้ทำให้ประมาณได้ว่าความสูญเสียทางเศรษฐกิจของทั้งประเทศจากไข้หวัดใหญ่นั้นอยู่ระหว่าง 750-2,000 ล้านบาท โดยในจำนวนนี้ 43 % เป็นค่าใช้จ่ายทางตรงจากการรักษาพยาบาล ส่วนที่เหลือเป็นความสูญเสียทางอ้อม เช่น ความสูญเสียที่เกิดจากการหยุดงาน
ในอีกการศึกษาหนึ่งซึ่งทำการสำรวจในชุมชนซึ่งเป็นการประมาณจำนวนผู้ป่วยทั้งที่ไปขอรับการรักษาและที่ซื้อยากินเอง การศึกษานี้ได้ประมาณว่ามีจำนวนผู้ป่วยไข้หวัดใหญ่ทั้งประเทศเกือบ 4 ล้านราย ซึ่งพบว่าในการป่วยแต่ละครั้งมีค่าใช้จ่ายเฉลี่ย 633 บาท ซึ่งเมื่อคูณกันแล้ว ก็จะทำให้เป็นความสูญเสียทางเศรษฐกิจสูงถึงประมาณ 2,600 ล้านบาทต่อปี