แผลกดทับเป็นปัญหาที่เกิดบ่อยในผู้ป่วยเรื้อรัง ผู้ป่วยสูงอายุ ผู้ป่วยเจ็บหนักที่ไม่สามารถช่วยเหลือตนเองได้ หรือในผู้ป่วยที่ถูกจำกัดการเคลื่อนไหวโดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ป่วยอัมพาตเนื่องจากการบาดเจ็บของไขสันหลัง หรือหลอดเลือดสมองแตก เมื่อเกิดแผลกดทับขึ้นต้องใช้เวลารักษานานขึ้น เสียค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น และอาจเป็นสาเหตุให้เกิดภาวะแทรกซ้อนอื่นๆ เช่น การติดเชื้อเรื้อรัง การติดเชื้อในเลือด การดูแลเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดแผลกดทับนั้นง่ายกว่าการรักษาแผลกดทับ ดังนั้นการป้องกันจึงมีความสำคัญ และจำเป็นอย่างยิ่ง
สาเหตุของการเกิดแผลกดทับ
แผลกดทับ คือ บริเวณที่มีการตายของเซลล์ เกิดเป็นแผลขึ้นกับเนื้อเยื่อ สาเหตุเกิดจากน้ำหนักตัวที่กดทับเป็นเวลานาน โดยเฉพาะบริเวณปุ่มกระดูก ซึ่งเกิดขึ้นได้หลังจากถูกแรงกดนาน 4-6 ชม. แต่ถ้ามีการคลายแรงกดเป็นระยะอย่างน้อยทุก 2 ชม. จะเกิดการเปลี่ยนแปลงของเนื้อเยื่อเล็กน้อย
ระดับความรุนแรงของการเกิดแผลกดทับ
ระยะที่ 1. เริ่มมีรอยแดงของผิวหนัง
ระยะที่ 2. มีแผลผิวหนังถลอก
ระยะที่ 3. เป็นแผลลึกลงไปทำลายชั้นของผิวหนังจนถึงชั้นกล้ามเนื้อและกระดูก
ปัจจัยเสริมที่ทำให้เกิดแผลกดทับ
- ผู้สูงอายุที่ช่วยเหลือตนเองไม่ได้
- สภาวะที่ไม่รู้สึกตัว อัมพาต
- สภาวะโลหิตจาง ขาดสารอาหาร
- ความชื้นจากเหงื่อ หรืออุจจาระ ปัสสาวะรด ทำให้เกิดความเปื่อยของผิวหนัง
- แรงเสียดสีจากการเคลื่อนย้ายตัวผู้ป่วยโดยการดึงลากแรงๆ หรือผู้ป่วยลื่นไถลเสียดสีกับผ้าปูที่นอน จะทำให้มีการหลุดหลอกของผิวหนัง และมีแผลเปื่อยขึ้น
บริเวณปุ่มกระดูกที่เกิดแผลกดทับบ่อย
- กระดูกก้นกบ
- กระดูกสะโพก
- กระดูกข้อเท้า
- กระดูกส้นเท้า
การป้องกันการเกิดแผลกดทับ
- ลดการกดทับผิวหนังบริเวณต่างๆ ของร่างกาย โดยการเปลี่ยนท่าหรือพลิกตะแคงตัวสลับข้างอย่างน้อยทุก 2 ชม. หรือ ใช้อุปกรณ์เสริมที่เหมาะสม เช่น ใช้ที่นอนฟองน้ำ หรือใช้ที่นอนลมปูทับบนที่นอน
- สังเกตผิวหนังโดยเฉพาะตามปุ่มกระดูกต่างๆ ของร่างกายทุกวันเพื่อตรวจดูความผิดปกติของผิวหนัง เช่น รอยแดง รอยถลอก ซึ่งเป็นระยะเริ่มแรกของการเกิดแผลกดทับ
- รักษาความสะอาดของร่างกายโดยทำความสะอาดด้วยสบู่อ่อน และดูแลผิวหนังไม่ให้เปียกชื้น
- ดูแลให้ได้รับอาหารที่มีประโยชน์ครบทั้ง 5 หมู่
- ทาผิวหนังด้วยโลชั่น เพื่อให้ผิวหนังชุ่มชื้น และไม่ฉีกขาดง่าย
- หลีกเลี่ยงการดึงลากผู้ป่วย