<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>สุขภาพดี HealthyFreerwer &#187; -ไข้หวัดใหญ่</title>
	<atom:link href="http://www.healthy.freewer.net/index.php/tag/influenza/feed" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://www.healthy.freewer.net</link>
	<description>บทความสุขภาพ ข้อมูลโรค เคล็ดลับสุขภาพดี  แนะนำการปฏิบัติตัว ความรู้สุขภาพ ข่าวสารวงการแพทย์</description>
	<lastBuildDate>Wed, 02 Mar 2011 18:25:07 +0000</lastBuildDate>
	<generator>http://wordpress.org/?v=2.8.6</generator>
	<language>en</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
			<item>
		<title>วัคซีนป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009</title>
		<link>http://www.healthy.freewer.net/index.php/general-health/vaccine-flu-2009.html</link>
		<comments>http://www.healthy.freewer.net/index.php/general-health/vaccine-flu-2009.html#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 29 Jan 2010 02:16:49 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[-สุขภาพทั่วไป]]></category>
		<category><![CDATA[-อายุรกรรม]]></category>
		<category><![CDATA[-โรคปอด]]></category>
		<category><![CDATA[-โรคระบาด]]></category>
		<category><![CDATA[-ไข้หวัดใหญ่]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.healthy.freewer.net/?p=226</guid>
		<description><![CDATA[

  
     วัคซีนป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 เป็นวัคซีนชนิดที่ใช้สำหรับป้องกันการติดเชื้อไข้หวัดใหญ่เฉพาะสายพันธ์ใหม่เท่านั้น  กระทรวงสาธารณสุขแนะนำให้ฉีดในบุคลากรทางการแพทย์ และผู้ที่มีความเสี่ยงต่อการป่วยรุนแรงหากติดเชื้อ  การฉีดวัคซีนควรกระทำภายใต้การดูแลของแพทย์  โดยหลังฉีดวัคซีนให้เฝ้าระวังอาการไม่พึงประสงค์จากวัคซีนเป็นเวลา 30 นาที  และเมื่อกลับบ้านควรมีผู้ดูแลหลังฉีดวัคซีนต่ออีก 2 วัน
    หลังการฉีดวัคซีนแล้วร่างกายจะสร้างภูมิคุ้มกันโรคไข้หวัดใหญ่เฉพาะสายพันธ์ใหม่ 2009 เท่านั้น  ไม่สามารถป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่ หรือไข้หวัดที่เกิดจากการติดเชื้อไวรัสสายพันธุ์อื่นๆ ได้
     มีข้อห้ามในการใช้วัคซีนในผู้ที่แพ้ไข่  หรือ เคยแพ้วัคซีนป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่อย่างรุนแรง  เด็กอายุต่ำกว่า 6 เดือน  ผู้ที่กำลังมีไข้หรือกำลังเจ็บป่วยเฉียบพลัน
    อาการไม่พึงประสงค์ของวัคซีนที่ไม่รุนแรง  แต่พบได้บ่อย  (ไม่เกินร้อยละ 10)  ได้แก่  อาการปวดศีรษะ  เหงื่อออก  ปวดกล้ามเนื้อ  ปวดข้อ  ไข้  ไม่สบายตัว  เมื่อยล้า  สั่น  และอาการเฉพาะที่ได้แก่  ปวด  บวม  แดง  ห้อเลือด  ซึ่งจะหายได้เองภายใน 1-3 วัน
    อาการไม่พึงประสงค์รุนแรงที่เคยมีรายงาน  แต่พบได้น้อยมาก (น้อยกว่า 1 ในแสน) ได้แก่  อาการแพ้รุนแรง  บวมตามร่างกาย  การอักเสบของหลอดเลือด  ชักจากไข้สูง  [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[
<!-- ALL ADSENSE ADS DISABLED -->
<p style="text-align: center;"><img class="size-full wp-image-227 aligncenter" title="วัคซีน ไข้หวัดใหญ่" src="http://www.healthy.freewer.net/wp-content/uploads/2010/01/0UCA2DCWAXCAG7XOSZCAEB1W49CAVX1CU2CAGH3DUECAL1EGC5CAY3QMMTCAS9AB6GCA2TE861CA884ZT4CAJ90EBRCA9D63O9CA05B5CYCAK5TOXFCA01IU76CA89E55FCAJ2E3I5CA07IDPUCA2T50F0.jpg" alt="วัคซีน ไข้หวัดใหญ่" width="99" height="150" />  </p>
<p style="text-align: left;">     วัคซีนป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 เป็นวัคซีนชนิดที่ใช้สำหรับป้องกันการติดเชื้อไข้หวัดใหญ่เฉพาะสายพันธ์ใหม่เท่านั้น  กระทรวงสาธารณสุขแนะนำให้ฉีดในบุคลากรทางการแพทย์ และผู้ที่มีความเสี่ยงต่อการป่วยรุนแรงหากติดเชื้อ  การฉีดวัคซีนควรกระทำภายใต้การดูแลของแพทย์  โดยหลังฉีดวัคซีนให้เฝ้าระวังอาการไม่พึงประสงค์จากวัคซีนเป็นเวลา 30 นาที  และเมื่อกลับบ้านควรมีผู้ดูแลหลังฉีดวัคซีนต่ออีก 2 วัน<span id="more-226"></span></p>
<p>    หลังการฉีดวัคซีนแล้วร่างกายจะสร้างภูมิคุ้มกันโรคไข้หวัดใหญ่เฉพาะสายพันธ์ใหม่ 2009 เท่านั้น  ไม่สามารถป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่ หรือไข้หวัดที่เกิดจากการติดเชื้อไวรัสสายพันธุ์อื่นๆ ได้</p>
<p>     มีข้อห้ามในการใช้วัคซีนในผู้ที่แพ้ไข่  หรือ เคยแพ้วัคซีนป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่อย่างรุนแรง  เด็กอายุต่ำกว่า 6 เดือน  ผู้ที่กำลังมีไข้หรือกำลังเจ็บป่วยเฉียบพลัน</p>
<p>    อาการไม่พึงประสงค์ของวัคซีนที่ไม่รุนแรง  แต่พบได้บ่อย  (ไม่เกินร้อยละ 10)  ได้แก่  อาการปวดศีรษะ  เหงื่อออก  ปวดกล้ามเนื้อ  ปวดข้อ  ไข้  ไม่สบายตัว  เมื่อยล้า  สั่น  และอาการเฉพาะที่ได้แก่  ปวด  บวม  แดง  ห้อเลือด  ซึ่งจะหายได้เองภายใน 1-3 วัน</p>
<p>    อาการไม่พึงประสงค์รุนแรงที่เคยมีรายงาน  แต่พบได้น้อยมาก (น้อยกว่า 1 ในแสน) ได้แก่  อาการแพ้รุนแรง  บวมตามร่างกาย  การอักเสบของหลอดเลือด  ชักจากไข้สูง  เกล็ดเลือดลงลงชั่วคราว  อาการผิดปกติทางระบบประสาท  เช่น ปากเบี้ยว  กล้ามเนื้ออ่อนแรง  สับสน  เป็นต้น</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.healthy.freewer.net/index.php/general-health/vaccine-flu-2009.html/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ขนาดปัญหาและความสูญเสียจากไข้หวัดใหญ่</title>
		<link>http://www.healthy.freewer.net/index.php/outbreak/impact-influenza.html</link>
		<comments>http://www.healthy.freewer.net/index.php/outbreak/impact-influenza.html#comments</comments>
		<pubDate>Sun, 17 Jan 2010 05:52:59 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[-โรคระบาด]]></category>
		<category><![CDATA[-ไข้หวัดใหญ่]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.healthy.freewer.net/?p=206</guid>
		<description><![CDATA[

ขนาดของปัญหา
ในปี พ.ศ. 2546-2547  มีการศึกษาในพื้นที่จังหวัดสระแก้ว  เพื่อประเมินอุบัติการณ์ของไข้หวัดใหญ่  โดยพบว่ามีอุบัติการณ์ของผู้ป่วยไข้หวัดใหญ่ที่มารับการตรวจรักษาที่แผนกผู้ป่วยนอกของโรงพยาบาล 1,420 ราย/ประชากร 100,000 คน และมีผู้ป่วยไข้หวัดใหญ่ที่รับไว้เป็นผู้ป่วยในของโรงพยาบาล 18-111 ราย/ประชากร 100,000 ในหนึ่งปี  หรือคิดเป็นจำนวนผู้ป่วยทั้งประเทศ  เป็นผู้ป่วยนอกมากกว่า 9 แสนรายต่อปี และผู้ป่วยในประมาณ 12,000-75,000 รายต่อไป
อีกการศึกษาหนึ่งซึ่งทำในระดับชุมชนในจังหวัดสระแก้วในปี พ.ศ. 2546  ซึ่งทำให้ได้ข้อมูลของผู้ป่วยที่ไม่ได้ไปรับการตรวจรักษาที่โรงพยาบาล  ในการศึกษานี้พบว่าอุบัติการณ์ของไข้หวัดใหญ่เป็น 5,941 ราย/ประชากร 100,000 หรือคิดเป็นจำนวนผู้ป่วยทั่วประเทศเกือบ 4 ล้านรายต่อปี
ความสูญเสียทางเศรษฐกิจ
ในประเทศพัฒนาแล้วความสูญเสียทางเศรษฐกิจที่สำคัญจากไข้หวัดใหญ่เป็นผลจากการหยุดงานของผู้ป่วย  ในประเทศไทยแต่เดิมซึ่งเชื่อกันว่าไข้หวัดใหญ่ไม่ใช่ปัญหาสำคัญนั้น  ก็ทำให้คิดกันไปเองว่าความสูญเสียจากไข้หวัดใหญ่คงไม่มากนัก  แต่จากการศึกษาโดยการสำรวจในจังหวัดสระแก้วพบว่าความเสียหายทางเศรษฐกิจจากไข้หวัดใหญ่นั้นมีขนาดใหญ่กว่าที่คิดกันทั่วไปมาก  โดยเป็นการสำรวจจำนวนผู้ป่วยไข้หวัดใหญ่ที่มารับการรักษาในแผนกผู้ป่วยนอก  และผู้ป่วยไข้หวัดใหญ่ที่มีปอดอักเสบและรับเป็นผู้ป่วยในของโรงพยาบาล  ข้อมูลจากการศึกษานี้ทำให้ประมาณได้ว่าความสูญเสียทางเศรษฐกิจของทั้งประเทศจากไข้หวัดใหญ่นั้นอยู่ระหว่าง 750-2,000 ล้านบาท  โดยในจำนวนนี้ 43 % เป็นค่าใช้จ่ายทางตรงจากการรักษาพยาบาล ส่วนที่เหลือเป็นความสูญเสียทางอ้อม เช่น ความสูญเสียที่เกิดจากการหยุดงาน
ในอีกการศึกษาหนึ่งซึ่งทำการสำรวจในชุมชนซึ่งเป็นการประมาณจำนวนผู้ป่วยทั้งที่ไปขอรับการรักษาและที่ซื้อยากินเอง  การศึกษานี้ได้ประมาณว่ามีจำนวนผู้ป่วยไข้หวัดใหญ่ทั้งประเทศเกือบ 4 ล้านราย  ซึ่งพบว่าในการป่วยแต่ละครั้งมีค่าใช้จ่ายเฉลี่ย 633 บาท  ซึ่งเมื่อคูณกันแล้ว  ก็จะทำให้เป็นความสูญเสียทางเศรษฐกิจสูงถึงประมาณ [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[
<!-- ALL ADSENSE ADS DISABLED -->
<p><span style="color: #ff6600;"><strong>ขนาดของปัญหา</strong></span></p>
<p>ในปี พ.ศ. 2546-2547  มีการศึกษาในพื้นที่จังหวัดสระแก้ว  เพื่อประเมินอุบัติการณ์ของไข้หวัดใหญ่  โดยพบว่ามีอุบัติการณ์ของผู้ป่วยไข้หวัดใหญ่ที่มารับการตรวจรักษาที่แผนกผู้ป่วยนอกของโรงพยาบาล 1,420 ราย/ประชากร 100,000 คน และมีผู้ป่วยไข้หวัดใหญ่ที่รับไว้เป็นผู้ป่วยในของโรงพยาบาล 18-111 ราย/ประชากร 100,000 ในหนึ่งปี <span id="more-206"></span> หรือคิดเป็นจำนวนผู้ป่วยทั้งประเทศ  เป็นผู้ป่วยนอกมากกว่า 9 แสนรายต่อปี และผู้ป่วยในประมาณ 12,000-75,000 รายต่อไป</p>
<p>อีกการศึกษาหนึ่งซึ่งทำในระดับชุมชนในจังหวัดสระแก้วในปี พ.ศ. 2546  ซึ่งทำให้ได้ข้อมูลของผู้ป่วยที่ไม่ได้ไปรับการตรวจรักษาที่โรงพยาบาล  ในการศึกษานี้พบว่าอุบัติการณ์ของไข้หวัดใหญ่เป็น 5,941 ราย/ประชากร 100,000 หรือคิดเป็นจำนวนผู้ป่วยทั่วประเทศเกือบ 4 ล้านรายต่อปี</p>
<p><span style="color: #ff6600;"><strong>ความสูญเสียทางเศรษฐกิจ</strong></span></p>
<p>ในประเทศพัฒนาแล้วความสูญเสียทางเศรษฐกิจที่สำคัญจากไข้หวัดใหญ่เป็นผลจากการหยุดงานของผู้ป่วย  ในประเทศไทยแต่เดิมซึ่งเชื่อกันว่าไข้หวัดใหญ่ไม่ใช่ปัญหาสำคัญนั้น  ก็ทำให้คิดกันไปเองว่าความสูญเสียจากไข้หวัดใหญ่คงไม่มากนัก  แต่จากการศึกษาโดยการสำรวจในจังหวัดสระแก้วพบว่าความเสียหายทางเศรษฐกิจจากไข้หวัดใหญ่นั้นมีขนาดใหญ่กว่าที่คิดกันทั่วไปมาก  โดยเป็นการสำรวจจำนวนผู้ป่วยไข้หวัดใหญ่ที่มารับการรักษาในแผนกผู้ป่วยนอก  และผู้ป่วยไข้หวัดใหญ่ที่มีปอดอักเสบและรับเป็นผู้ป่วยในของโรงพยาบาล  ข้อมูลจากการศึกษานี้ทำให้ประมาณได้ว่าความสูญเสียทางเศรษฐกิจของทั้งประเทศจากไข้หวัดใหญ่นั้นอยู่ระหว่าง 750-2,000 ล้านบาท  โดยในจำนวนนี้ 43 % เป็นค่าใช้จ่ายทางตรงจากการรักษาพยาบาล ส่วนที่เหลือเป็นความสูญเสียทางอ้อม เช่น ความสูญเสียที่เกิดจากการหยุดงาน</p>
<p>ในอีกการศึกษาหนึ่งซึ่งทำการสำรวจในชุมชนซึ่งเป็นการประมาณจำนวนผู้ป่วยทั้งที่ไปขอรับการรักษาและที่ซื้อยากินเอง  การศึกษานี้ได้ประมาณว่ามีจำนวนผู้ป่วยไข้หวัดใหญ่ทั้งประเทศเกือบ 4 ล้านราย  ซึ่งพบว่าในการป่วยแต่ละครั้งมีค่าใช้จ่ายเฉลี่ย 633 บาท  ซึ่งเมื่อคูณกันแล้ว  ก็จะทำให้เป็นความสูญเสียทางเศรษฐกิจสูงถึงประมาณ 2,600 ล้านบาทต่อปี</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.healthy.freewer.net/index.php/outbreak/impact-influenza.html/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>การระบาดของไข้หวัดใหญ่ขึ้นกับฤดูกาลและกลุ่มอายุ</title>
		<link>http://www.healthy.freewer.net/index.php/med/epidemiology-influenza.html</link>
		<comments>http://www.healthy.freewer.net/index.php/med/epidemiology-influenza.html#comments</comments>
		<pubDate>Sat, 16 Jan 2010 15:28:37 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[-อายุรกรรม]]></category>
		<category><![CDATA[-โรคปอด]]></category>
		<category><![CDATA[-โรคระบาด]]></category>
		<category><![CDATA[-ไข้หวัดใหญ่]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.healthy.freewer.net/?p=196</guid>
		<description><![CDATA[

ฤดูกาล
ไข้หวัดใหญ่เป็นโรคที่รู้จักกันดีในประเทศหนาวว่าเป็นโรคที่มาตามฤดูกาล โดยจะมีการระบาดในฤดูหนาว  แต่สำหรับประเทศไทยทที่มีความแตกต่างระหว่างฤดูกาลน้อยก็ทำให้บางคนอาจคิดไปว่าการระบาดอาจขึ้นกับฤดูกาลน้อยลง  แต่ในความเป็นจริงแล้วข้อมูลที่ผ่านมามีความชัดเจนว่าในประเทศไทยก็มีลักษณะการระบาดที่ขึ้นกับฤดูกาลอย่างชัดเจนเช่นเดียวกัน  โดยช่วงที่มีการระบาดมากที่สุดจะเป็นช่วงฤดูฝนและมีการระบาดต่อเนื่องไปในฤดูหนาวแล้วลดลงอย่างมากในฤดูร้อน  ดังแสดงในรูป

กลุ่มอายุ
ไข้หวัดใหญ่เป็นโรคที่พบในเด็กได้บ่อยกว่าผู้ใหญ่ และเป็นปัญหาสำคัญคือก่อให้เกิดภาวะแทรกซ้อนคือปอดอักเสบได้บ่อยในเด็กเล็กและผู้สูงอายุ  ข้อมูลในประเทศไทยจากการสำรวจที่จังหวัดสระแก้ว  พบว่า 80% ของผู้ป่วยไข้หวัดใหญ่ที่มาตรวจที่แผนกผู้ป่วยนอกมีอายุต่ำกว่า 14 ปี และเมื่อดูการกระจายตามอายุของผู้ป่วยไข้หวัดใหญ่ที่มีปอดอักเสบ  ก็จะเห็นชัดเจนว่าพบมากในกลุ่มเด็กต่ำกว่า 5 ขวบ  และผู้ที่อายุมากกว่า 65 ปี  ดังแสดงในรูป

]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[
<!-- ALL ADSENSE ADS DISABLED -->
<p><span style="color: #ff6600;"><strong>ฤดูกาล</strong></span></p>
<p>ไข้หวัดใหญ่เป็นโรคที่รู้จักกันดีในประเทศหนาวว่าเป็นโรคที่มาตามฤดูกาล โดยจะมีการระบาดในฤดูหนาว  แต่สำหรับประเทศไทยทที่มีความแตกต่างระหว่างฤดูกาลน้อยก็ทำให้บางคนอาจคิดไปว่าการระบาดอาจขึ้นกับฤดูกาลน้อยลง  แต่ในความเป็นจริงแล้วข้อมูลที่ผ่านมามีความชัดเจนว่าในประเทศไทยก็มีลักษณะการระบาดที่ขึ้นกับฤดูกาลอย่างชัดเจนเช่นเดียวกัน  โดยช่วงที่มีการระบาดมากที่สุดจะเป็นช่วงฤดูฝนและมีการระบาดต่อเนื่องไปในฤดูหนาวแล้วลดลงอย่างมากในฤดูร้อน  ดังแสดงในรูป</p>
<p><span id="more-196"></span><img class="aligncenter size-full wp-image-199" title="influenza-season" src="http://www.healthy.freewer.net/wp-content/uploads/2010/01/influenza-season.jpg" alt="influenza-season" width="600" height="300" /></p>
<p><span style="color: #ff6600;"><strong>กลุ่มอายุ</strong></span></p>
<p>ไข้หวัดใหญ่เป็นโรคที่พบในเด็กได้บ่อยกว่าผู้ใหญ่ และเป็นปัญหาสำคัญคือก่อให้เกิดภาวะแทรกซ้อนคือปอดอักเสบได้บ่อยในเด็กเล็กและผู้สูงอายุ  ข้อมูลในประเทศไทยจากการสำรวจที่จังหวัดสระแก้ว  พบว่า 80% ของผู้ป่วยไข้หวัดใหญ่ที่มาตรวจที่แผนกผู้ป่วยนอกมีอายุต่ำกว่า 14 ปี และเมื่อดูการกระจายตามอายุของผู้ป่วยไข้หวัดใหญ่ที่มีปอดอักเสบ  ก็จะเห็นชัดเจนว่าพบมากในกลุ่มเด็กต่ำกว่า 5 ขวบ  และผู้ที่อายุมากกว่า 65 ปี  ดังแสดงในรูป</p>
<p><img class="aligncenter size-full wp-image-200" title="influenza-age" src="http://www.healthy.freewer.net/wp-content/uploads/2010/01/influenza-age.jpg" alt="influenza-age" width="600" height="350" /></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.healthy.freewer.net/index.php/med/epidemiology-influenza.html/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>อาการ ไข้หวัดใหญ่</title>
		<link>http://www.healthy.freewer.net/index.php/med/influenza-symptom.html</link>
		<comments>http://www.healthy.freewer.net/index.php/med/influenza-symptom.html#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 15 Jan 2010 17:17:18 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[-อายุรกรรม]]></category>
		<category><![CDATA[-โรคปอด]]></category>
		<category><![CDATA[-โรคระบาด]]></category>
		<category><![CDATA[-ไข้หวัดใหญ่]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.healthy.freewer.net/?p=191</guid>
		<description><![CDATA[

           ไข้หวัดใหญ่ เป็นโรคติดเชื้อในระบบทางเดินหายใจ  มีสาเหตุมาจากไวรัสไข้หวัดใหญ่ ชื่อ Influenza virus เป็นโรคที่เกิดขึ้นได้ในทุกเพศ ทุกวัย และมีระบาดทั่วโลก  การติดต่อโรคผ่านทางการสัมผัสสารคัดหลั่งของผู้ป่วย เช่น น้ำมูก น้ำลาย เสมหะ หรือฝอยละอองที่เกิดจากการไอ จาม นอกจากนี้ยังติดต่อผ่านการสัมผัสกับของเครื่องใช้ที่ปนเปื้อนสารคัดหลั่ง เช่น ผ้าเช็ดหน้า แก้วน้ำ โดยเชื้อไวรัสจะผ่านเข้าทางจมูก ปาก และตา จากคนหนึ่งสู่คนหนึ่งได้ ดังนั้น โรคไข้หวัดใหญ่จึงเป็นโรคที่ติดต่อง่าย โดยเฉพาะในกลุ่มชุมชนที่อยู่แออัด และสถานที่ซึ่งอากาศถ่ายเทไม่สะดวก เช่น ศูนย์การค้า โรงมหรสพ รถโดยสาร เป็นต้น
ผู้ติดเชื้อจะเริ่มมีอาการหลังได้รับเชื้อไวรัสประมาณ 1-3 วัน โดยมีอาการดังนี้

อาการไข้สูงเฉียบพลัน (สูงกว่า 38.5 องศาเซลเซียส)
อาการหนาวสั่น
อาการปวดศีรษะ  ปวดป่วยเมื่อยตามตัว
มักมีอาการเจ็บคอ ไอ
อาจมีอาการคัดจมูก น้ำมูกไหล จาม และตาแดง ร่วมด้วย
ในผู้ป่วยบางรายอาจมีอาการคลื่นไส้ อาเจียนและอุจจาระร่วงได้

            ผู้ป่วยส่วนใหญ่จะรู้สึกอาการดีขึ้นหลังจากมีอาการป่วยมาแล้วประมาณ 5 วัน และหายเป็นปกติได้เองภายใน 7-10 วัน ส่วนใหญ่อาการของโรคไม่รุนแรง แต่อาจรุนแรงมากขึ้น [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[
<!-- ALL ADSENSE ADS DISABLED -->
<p>           ไข้หวัดใหญ่ เป็นโรคติดเชื้อในระบบทางเดินหายใจ  มีสาเหตุมาจากไวรัสไข้หวัดใหญ่ ชื่อ Influenza virus เป็นโรคที่เกิดขึ้นได้ในทุกเพศ ทุกวัย และมีระบาดทั่วโลก  การติดต่อโรคผ่านทางการสัมผัสสารคัดหลั่งของผู้ป่วย เช่น น้ำมูก น้ำลาย เสมหะ หรือฝอยละอองที่เกิดจากการไอ จาม นอกจากนี้ยังติดต่อผ่านการสัมผัสกับของเครื่องใช้ที่ปนเปื้อนสารคัดหลั่ง เช่น ผ้าเช็ดหน้า แก้วน้ำ โดยเชื้อไวรัสจะผ่านเข้าทางจมูก ปาก และตา จากคนหนึ่งสู่คนหนึ่งได้ ดังนั้น โรคไข้หวัดใหญ่จึงเป็นโรคที่ติดต่อง่าย โดยเฉพาะในกลุ่มชุมชนที่อยู่แออัด และสถานที่ซึ่งอากาศถ่ายเทไม่สะดวก เช่น ศูนย์การค้า โรงมหรสพ รถโดยสาร เป็นต้น<span id="more-191"></span></p>
<p>ผู้ติดเชื้อจะเริ่มมีอาการหลังได้รับเชื้อไวรัสประมาณ 1-3 วัน โดยมีอาการดังนี้</p>
<ul>
<li>อาการไข้สูงเฉียบพลัน (สูงกว่า 38.5 องศาเซลเซียส)</li>
<li>อาการหนาวสั่น</li>
<li>อาการปวดศีรษะ  ปวดป่วยเมื่อยตามตัว</li>
<li>มักมีอาการเจ็บคอ ไอ</li>
<li>อาจมีอาการคัดจมูก น้ำมูกไหล จาม และตาแดง ร่วมด้วย</li>
<li>ในผู้ป่วยบางรายอาจมีอาการคลื่นไส้ อาเจียนและอุจจาระร่วงได้</li>
</ul>
<p>            ผู้ป่วยส่วนใหญ่จะรู้สึกอาการดีขึ้นหลังจากมีอาการป่วยมาแล้วประมาณ 5 วัน และหายเป็นปกติได้เองภายใน 7-10 วัน ส่วนใหญ่อาการของโรคไม่รุนแรง แต่อาจรุนแรงมากขึ้น ถ้ามีการติดเชื้อซ้ำของแบคทีเรีย  ความรุนแรงของโรคแตกต่างกันขึ้นกับอายุของผู้ติดเชื้อ โดยเฉพาะผู้ใหญ่สูงอายุ เด็กเล็ก และผู้ที่มีภาวะภูมิคุ้มกันบกพร่อง หรือป่วยเป็นโรคเรื้อรัง เช่น โรคหัวใจ โรคปอด เป็นต้น  มักพบว่าจะมีอาการแทรกซ้อน เช่น ปอดบวม หลอดลมอักเสบ หูชั้นกลางอักเสบ เป็นต้น ซึ่งมีผลทำให้เสียชีวิตได้  อย่างไรก็ตามอัตราการเสียชีวิตที่มีสาเหตุจากไวรัสไข้หวัดใหญ่นี้ประมาณน้อยกว่า 1%</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.healthy.freewer.net/index.php/med/influenza-symptom.html/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
	</channel>
</rss>

