<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>สุขภาพดี HealthyFreerwer &#187; -ลดน้ำหนัก</title>
	<atom:link href="http://www.healthy.freewer.net/index.php/tag/reduce-weight/feed" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://www.healthy.freewer.net</link>
	<description>บทความสุขภาพ ข้อมูลโรค เคล็ดลับสุขภาพดี  แนะนำการปฏิบัติตัว ความรู้สุขภาพ ข่าวสารวงการแพทย์</description>
	<lastBuildDate>Wed, 02 Mar 2011 18:25:07 +0000</lastBuildDate>
	<generator>http://wordpress.org/?v=2.8.6</generator>
	<language>en</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
			<item>
		<title>เซลล์ลูไลท์ (ผิวเปลือกส้ม)</title>
		<link>http://www.healthy.freewer.net/index.php/general-health/cellulite.html</link>
		<comments>http://www.healthy.freewer.net/index.php/general-health/cellulite.html#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 17 Feb 2010 18:47:23 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[-สุขภาพทั่วไป]]></category>
		<category><![CDATA[-สุขภาพผู้หญิง]]></category>
		<category><![CDATA[-ลดน้ำหนัก]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.healthy.freewer.net/?p=316</guid>
		<description><![CDATA[

เซลล์ลูไลท์คือ  เซลล์ไขมันใต้ชั้นผิวหนังที่พองตัวและรวมกันเป็นก้อนทำให้ผิวหนังนูนเป็น ปุ่มๆ ดูน่าเกลียด บางครั้งจะเรียกว่า ผิวเปลือกส้ม  พบบ่อยบริเวณไขมันสะโพก ไขมันก้น  และไขมันต้นขา พบในผู้หญิงมากกว่าผู้ชาย
ผิวหนังของมนุษย์จำแนกเป็น 3 ชั้น

ชั้นหนังกำพร้า เป็นผิวหนังชั้นนอกสุด ทำหน้าที่ป้องกันเชื้อโรค  สร้างเซลล์เม็ดสีผิว และสร้างเคอราติน (keratin)
ชั้นหนังแท้ เป็นผิวหนังถัดลงมาจากชั้นหนังกำพร้า ประกอบด้วยเส้นเลือด ต่อมเหงื่อ  ต่อมไขมัน  เส้นประสาท และรูขุมขน
ชั้นไขมัน เป็นผิวชั้นล่าง ประกอบด้วยเซลล์ไขมันเป็นส่วนใหญ่  เกาะอยู่ตามกล้ามเนื้อและกระดูก

โดยผิวหนังทุกชั้นจะมีเนื้อเยื่อเกี่ยวพัน  เพื่อเชื่อมเซลล์ผิวหนังให้เกาะเกี่ยวกระชับเข้าด้วยกัน
สาเหตุของเซลล์ลูไลท์
จากลักษณะของชั้นผิวของมนุษย์ข้างต้น จะเห็นได้ว่า  เซลล์ชั้นไขมันที่สะสมใต้ผิวหนังเป็นสาเหตุเริ่มต้นของผิวเปลือกส้ม โดยเริ่มต้นจาก

การได้รับพลังงานจากอาหารแล้วใช้ไม่หมด พลังงานส่วนเกินจะถูกแปลงเป็นไขมัน  ครึ่งหนึ่ง ของไขมันจากพลังงานส่วนเกินนี้  จะสะสมที่เซลล์ไขมันบริเวณใต้ผิวหนัง
เนื้อเยื่อเกี่ยวพันอ่อนแอลงจนขาดความยืดหยุ่น (เมื่ออายุมากขึ้น)  เมื่อเนื้อเยื่อเกี่ยวพันแข็ง รัดล้อมรอบไขมัน  จะทำให้เห็นไขมันเป็นตุ่มๆขึ้นมาชัดเจนขึ้น

ระดับความรุนแรงของปัญหาเซลล์ลูไลท์
1. รุนแรงน้อย &#8211; มองเห็นผิวเปลือกส้มต่อเมื่อขยุ้มผิวขึ้นมา
2. รุนแรงปานกลาง &#8211; [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[
<!-- ALL ADSENSE ADS DISABLED -->
<div id="attachment_317" class="wp-caption aligncenter" style="width: 310px"><img class="size-medium wp-image-317" title="cellulite" src="http://www.healthy.freewer.net/wp-content/uploads/2010/02/cellulite-300x135.jpg" alt="cellulite" width="300" height="135" /><p class="wp-caption-text">cellulite</p></div>
<p>เซลล์ลูไลท์คือ  เซลล์ไขมันใต้ชั้นผิวหนังที่พองตัวและรวมกันเป็นก้อนทำให้ผิวหนังนูนเป็น ปุ่มๆ ดูน่าเกลียด บางครั้งจะเรียกว่า ผิวเปลือกส้ม  <span id="more-316"></span>พบบ่อยบริเวณไขมันสะโพก ไขมันก้น  และไขมันต้นขา พบในผู้หญิงมากกว่าผู้ชาย</p>
<p>ผิวหนังของมนุษย์จำแนกเป็น 3 ชั้น</p>
<ol>
<li>ชั้นหนังกำพร้า เป็นผิวหนังชั้นนอกสุด ทำหน้าที่ป้องกันเชื้อโรค  สร้างเซลล์เม็ดสีผิว และสร้างเคอราติน (keratin)</li>
<li>ชั้นหนังแท้ เป็นผิวหนังถัดลงมาจากชั้นหนังกำพร้า ประกอบด้วยเส้นเลือด ต่อมเหงื่อ  ต่อมไขมัน  เส้นประสาท และรูขุมขน</li>
<li>ชั้นไขมัน เป็นผิวชั้นล่าง ประกอบด้วยเซลล์ไขมันเป็นส่วนใหญ่  เกาะอยู่ตามกล้ามเนื้อและกระดูก</li>
</ol>
<p>โดยผิวหนังทุกชั้นจะมีเนื้อเยื่อเกี่ยวพัน  เพื่อเชื่อมเซลล์ผิวหนังให้เกาะเกี่ยวกระชับเข้าด้วยกัน</p>
<h2>สาเหตุของเซลล์ลูไลท์</h2>
<p>จากลักษณะของชั้นผิวของมนุษย์ข้างต้น จะเห็นได้ว่า  เซลล์ชั้นไขมันที่สะสมใต้ผิวหนังเป็นสาเหตุเริ่มต้นของผิวเปลือกส้ม โดยเริ่มต้นจาก</p>
<ol>
<li>การได้รับพลังงานจากอาหารแล้วใช้ไม่หมด พลังงานส่วนเกินจะถูกแปลงเป็นไขมัน  <strong><span style="text-decoration: underline;">ครึ่งหนึ่ง</span></strong> ของไขมันจากพลังงานส่วนเกินนี้  จะสะสมที่เซลล์ไขมันบริเวณใต้ผิวหนัง</li>
<li>เนื้อเยื่อเกี่ยวพันอ่อนแอลงจนขาดความยืดหยุ่น (เมื่ออายุมากขึ้น)  เมื่อเนื้อเยื่อเกี่ยวพันแข็ง รัดล้อมรอบไขมัน  จะทำให้เห็นไขมันเป็นตุ่มๆขึ้นมาชัดเจนขึ้น</li>
</ol>
<h2>ระดับความรุนแรงของปัญหาเซลล์ลูไลท์</h2>
<p>1. รุนแรงน้อย &#8211; มองเห็นผิวเปลือกส้มต่อเมื่อขยุ้มผิวขึ้นมา<br />
2. รุนแรงปานกลาง &#8211; มองเห็นผิวเปลือกส้มเมื่อยืน<br />
3. รุนแรงมาก &#8211; มองเห็นผิวเปลือกส้มตลอดเวลา</p>
<h2>การรักษาเซลล์ลูไลท์</h2>
<p>1. ลดปริมาณไขมันสะสมใต้ผิวหนัง โดยการลดการบริโภคไขมันและน้ำตาล<br />
2. ทำให้เนื้อเยื่อเกี่ยวพันแข็งแรงขึ้น ด้วยการนวดเบาๆตามบริเวณที่มีเซลล์ลูไลท์ และ ออกกำลังกายสม่ำเสมอ</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.healthy.freewer.net/index.php/general-health/cellulite.html/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>หลักการ ควบคุมอาหาร เพื่อ ควบคุมน้ำหนัก</title>
		<link>http://www.healthy.freewer.net/index.php/general-health/control-weight-calories.html</link>
		<comments>http://www.healthy.freewer.net/index.php/general-health/control-weight-calories.html#comments</comments>
		<pubDate>Sun, 07 Feb 2010 19:04:05 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[-สุขภาพทั่วไป]]></category>
		<category><![CDATA[-สุขภาพผู้หญิง]]></category>
		<category><![CDATA[-ลดน้ำหนัก]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.healthy.freewer.net/?p=92</guid>
		<description><![CDATA[

ร่างกายของมนุษย์มีกลไกลในการควบคุมน้ำหนักอย่างไร?
&#160;&#160;&#160;&#160;&#160;การเปลี่ยนแปลงน้ำหนักของร่างกายขึ้นกับสมดุลระหว่างพลังงานที่ถูกนำเข้า  และพลังงานที่ถูกใช้ออกไป  หากพลังงานที่ถูกนำเข้ามีปริมาณมากกว่าพลังงานที่ถูกใช้ออกไป  พลังงานส่วนเกินจะถูกเปลี่ยนให้สะสมอยู่ในร่างกาย  ทำให้น้ำหนักเพิ่มขึ้น  ในทางตรงกันข้าม  หากพลังงานที่ถูกใช้ออกไปมีค่ามากกว่าพลังงานที่ถูกนำเข้า  จะทำให้น้ำหนักลดลง

พลังงานที่ถูกนำเข้า คือ พลังงานจากอาหาร  โดยแต่ละมื้อที่รับประทานอาหารเข้าไป  อาหารจะถูกย่อยเพื่อสร้างเป็นพลังงานให้ร่างกายนำไปใช้  อาหารแต่ละชนิดจะมีส่วนประกอบแตกต่างกัน และให้พลังงานได้ไม่เท่ากัน
พลังงานที่ถูกใช้ออกไป คือ  พลังงานที่ระบบต่างๆของร่างกายใช้ไปเมื่อร่างกายทำงาน ประกอบด้วย

Basal metabolic rate (BMR) คือ พลังงานที่ร่างกายใช้ไปขณะพัก  เป็นปริมาณพลังงานที่ร่างกายใช้ไปอยู่ตลอดเวลาแม้ในขณะที่ร่างกายอยู่เฉยๆ  เพราะระบบต่างๆในร่างกายมีการทำงานอยู่ตลอดเวลา  เช่น  การหายใจ  การเต้นของหัวใจ  เป็นต้น
พลังงานที่ใช้ไปในการทำกิจกรรมต่างๆ ในแต่ละวัน เช่น ออกกำลังกาย เป็นต้น



&#160;&#160;&#160;&#160;&#160;ผู้ที่มีน้ำหนักคงที่ได้นั้น  ไม่ได้แปลว่า จำนวนพลังงานที่ถูกนำเข้ากับจำนวนพลังงานที่ถูกใช้ไปจะมีปริมาณเท่ากันเสมอในทุกๆวัน  แต่ในชีวิตจริง   ผู้ที่มีน้ำหนักคงที่  มักจะได้รับพลังงานจากอาหารมากกว่าพลังงานที่ใช้ไปในวันหนึ่ง  และได้รับพลังงานจากอาหารน้อยกว่าพลังงานที่ใช้ไปในวันถัดไป   การควบคุมน้ำหนักเช่นนี้เกิดตามธรรมชาติสลับไปทุกๆวัน  ทำให้น้ำหนักตัวคงที่
&#160;&#160;&#160;&#160;&#160;สำหรับผู้ที่ต้องการลดน้ำหนัก   ต้องปฏิบัติตัวอย่างไรเพื่อให้พลังงานที่ถูกใช้ออกไปมีค่ามากกว่าพลังงานที่ถูกนำเข้า   องค์ประกอบที่สำคัญมี 2 ประการ  คือ  การควบคุมอาหาร และ การออกกำลังกาย   ทั้งสองข้อนี้จำเป็นต้องปฏิบัติควบคู่กันเสมอ    การควบคุมอาหารโดยไม่ออกกำลังกายถือเป็นวิธีการที่ผิด  เพราะมวลกล้ามเนื้อจะลดลง  ซึ่งทำให้การลดน้ำหนักครั้งต่อไปทำได้ยากมากขึ้น
&#160;&#160;&#160;&#160;&#160;เป้าหมายสำหรับผู้เริ่มต้นการควบคุมน้ำหนัก   แนะนำว่าควรลดพลังงานให้ได้ประมาณ 500 กิโลแคลอรี่ (kcal) [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[
<!-- ALL ADSENSE ADS DISABLED -->
<p><strong>ร่างกายของมนุษย์มีกลไกลในการควบคุมน้ำหนักอย่างไร?</strong></p>
<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;การเปลี่ยนแปลงน้ำหนักของร่างกายขึ้นกับสมดุลระหว่างพลังงานที่ถูกนำเข้า  และพลังงานที่ถูกใช้ออกไป  หากพลังงานที่ถูกนำเข้ามีปริมาณมากกว่าพลังงานที่ถูกใช้ออกไป  พลังงานส่วนเกินจะถูกเปลี่ยนให้สะสมอยู่ในร่างกาย  ทำให้น้ำหนักเพิ่มขึ้น  <span id="more-92"></span>ในทางตรงกันข้าม  หากพลังงานที่ถูกใช้ออกไปมีค่ามากกว่าพลังงานที่ถูกนำเข้า  จะทำให้น้ำหนักลดลง</p>
<ul>
<li>พลังงานที่ถูกนำเข้า คือ พลังงานจากอาหาร  โดยแต่ละมื้อที่รับประทานอาหารเข้าไป  อาหารจะถูกย่อยเพื่อสร้างเป็นพลังงานให้ร่างกายนำไปใช้  อาหารแต่ละชนิดจะมีส่วนประกอบแตกต่างกัน และให้พลังงานได้ไม่เท่ากัน</li>
<li>พลังงานที่ถูกใช้ออกไป คือ  พลังงานที่ระบบต่างๆของร่างกายใช้ไปเมื่อร่างกายทำงาน ประกอบด้วย
<ul>
<li>Basal metabolic rate (BMR) คือ พลังงานที่ร่างกายใช้ไปขณะพัก  เป็นปริมาณพลังงานที่ร่างกายใช้ไปอยู่ตลอดเวลาแม้ในขณะที่ร่างกายอยู่เฉยๆ  เพราะระบบต่างๆในร่างกายมีการทำงานอยู่ตลอดเวลา  เช่น  การหายใจ  การเต้นของหัวใจ  เป็นต้น</li>
<li>พลังงานที่ใช้ไปในการทำกิจกรรมต่างๆ ในแต่ละวัน เช่น ออกกำลังกาย เป็นต้น</li>
</ul>
</li>
</ul>
<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ผู้ที่มีน้ำหนักคงที่ได้นั้น  ไม่ได้แปลว่า จำนวนพลังงานที่ถูกนำเข้ากับจำนวนพลังงานที่ถูกใช้ไปจะมีปริมาณเท่ากันเสมอในทุกๆวัน  แต่ในชีวิตจริง   ผู้ที่มีน้ำหนักคงที่  มักจะได้รับพลังงานจากอาหารมากกว่าพลังงานที่ใช้ไปในวันหนึ่ง  และได้รับพลังงานจากอาหารน้อยกว่าพลังงานที่ใช้ไปในวันถัดไป   การควบคุมน้ำหนักเช่นนี้เกิดตามธรรมชาติสลับไปทุกๆวัน  ทำให้น้ำหนักตัวคงที่</p>
<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สำหรับผู้ที่ต้องการลดน้ำหนัก   ต้องปฏิบัติตัวอย่างไรเพื่อให้พลังงานที่ถูกใช้ออกไปมีค่ามากกว่าพลังงานที่ถูกนำเข้า   องค์ประกอบที่สำคัญมี 2 ประการ  คือ  การควบคุมอาหาร และ การออกกำลังกาย   ทั้งสองข้อนี้จำเป็นต้องปฏิบัติควบคู่กันเสมอ    การควบคุมอาหารโดยไม่ออกกำลังกายถือเป็นวิธีการที่ผิด  เพราะมวลกล้ามเนื้อจะลดลง  ซึ่งทำให้การลดน้ำหนักครั้งต่อไปทำได้ยากมากขึ้น</p>
<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;เป้าหมายสำหรับผู้เริ่มต้นการควบคุมน้ำหนัก   แนะนำว่าควรลดพลังงานให้ได้ประมาณ 500 กิโลแคลอรี่ (kcal) ต่อวัน   ยกตัวอย่างเช่น  รับประทานอาหารน้อยลงกว่าเดิม 300 kcal และออกกำลังกายเพิ่มขึ้น 200 kcal เป็นต้น   หากสามารถทำได้ดังที่กล่าวมาข้างต้น  ใน 1 สัปดาห์จะสามารถลดพลังงานได้ 3,500 กิโลแคลอรี่ (kcal)  และเมื่อนำมาเทียบเป็นหน่วยกิโลกรัมแล้ว  จะคำนวณการลดน้ำหนักได้ประมาณ 0.45 กิโลกรัมต่อสัปดาห์</p>
<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ปัญหา คือ ผู้ที่พยายามลดน้ำหนักไม่ทราบว่าอาหารที่รับประทานเข้าไปในแต่ละวันคิดเป็นพลังงานกี่กิโลแคลอรี่ และไม่ทราบว่าการออกกำลังกายที่ทำอยู่ทุกวันคิดเป็นพลังงานเท่าไร   ทำให้การลดน้ำหนักอาจไม่ประสบผลสำเร็จ    ปัญหานี้แก้ไข้ได้โดยใช้โปรแกรมช่วยคำนวณหาค่าพลังงานจากอาหารและคำนวณพลังงานจากการออกกำลังกาย  &#8212;&#8211;&gt;- <a title="พลังงานจากอาหาร" href="http://www.healthy.freewer.net/weightloss3.php">คลิกที่นี่ เพื่อไปหน้า โปรแกรมการควบคุมอาหารเพื่อควบคุมน้ำหนัก</a></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.healthy.freewer.net/index.php/general-health/control-weight-calories.html/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>6</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>สูตรอาหารลดน้ำหนักที่ดีที่สุด คือ</title>
		<link>http://www.healthy.freewer.net/index.php/general-health/formular-weightloss.html</link>
		<comments>http://www.healthy.freewer.net/index.php/general-health/formular-weightloss.html#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 03 Feb 2010 17:43:26 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[-สุขภาพทั่วไป]]></category>
		<category><![CDATA[-สุขภาพผู้หญิง]]></category>
		<category><![CDATA[-ลดน้ำหนัก]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.healthy.freewer.net/?p=237</guid>
		<description><![CDATA[

สูตรอาหารลดน้ำหนัก เป็นสิ่งที่หลายคนได้พยายามค้นคว้า เพื่อให้ได้สูตรที่ดีที่สุดมา  บางคนได้สูตรอาหารลดน้ำหนักจากนิตยสารสุขภาพบ้าง  ได้สูตรจากผู้ที่เคยประสบความสำเร็จในการลดน้ำหนักบ้าง   แต่เมื่อได้สูตรอาหารลดน้ำหนักเหล่านั้นมา กลับพบว่าสูตรนั้นไม่ประสบความสำเร็จในการลดน้ำหนักอย่างที่คาดไว้
สาเหตุที่เป็นเช่นนั้น  เพราะ ผู้ที่ต้องการลดน้ำหนักแต่ละคนมีปัจจัยที่แตกต่างกัน  ได้แก่

 อายุ
 น้ำหนัก
ส่วนสูง
การออกกำลังกาย
กิจกรรมที่เผาผลาญพลังงานในแต่ละวัน
พลังงานจากอาหารที่รับประทานเข้าไป

ด้วยปัจจัยที่กล่าวมาข้างต้น ทำให้ผลรวมของ พลังงานที่ร่างกายได้รับ กับ พลังงานที่ร่างกายใช้ไป แตกต่างกันไปในแต่ละคน  ดังนั้นสูตรอาหารลดน้ำหนักที่ประสบผลสำเร็จดีกับคนหนึ่ง  อาจไม่ประสบผลสำเร็จกับอีกคนหนึ่งก็เป็นได้   ดังนั้นสูตรอาหารลดน้ำหนักที่ดีที่สุด คือ การสร้างสูตรอาหารลดน้ำหนักที่เหมาะสมกับตัวเอง
โปรแกรมคำนวณ  &#8220;สูตรอาหารลดน้ำหนัก&#8221; ที่ผมได้พัฒนาขึ้น  เป็นโปรแกรมที่คำนวณพลังงาน (kcal) โดยใช้สมการ และค่าสัมประสิทธิ์ ตามหลักวิชาการแพทย์    เพื่อคำนวณหา

ความต้องการพลังงานขณะพัก (BMR)
ความต้องการพลังงานต่อวัน
การเผาผลาญพลังงานจากการออกกำลังกาย
พลังงานที่ได้จากอาหาร
ผลต่างพลังงานต่อวัน
ทำนายการเปลี่ยนแปลงน้ำหนักต่อ 1 สัปดาห์

คลิกที่นี่ เพื่อไปหน้า โปรแกรมคำนวณ &#8220;สูตรอาหารลดน้ำหนัก&#8221;
]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[
<!-- ALL ADSENSE ADS DISABLED -->
<p><strong>สูตรอาหารลดน้ำหนัก</strong> เป็นสิ่งที่หลายคนได้พยายามค้นคว้า เพื่อให้ได้สูตรที่ดีที่สุดมา  บางคนได้สูตรอาหารลดน้ำหนักจากนิตยสารสุขภาพบ้าง  ได้สูตรจากผู้ที่เคยประสบความสำเร็จในการลดน้ำหนักบ้าง   แต่เมื่อได้สูตรอาหารลดน้ำหนักเหล่านั้นมา กลับพบว่าสูตรนั้นไม่ประสบความสำเร็จในการลดน้ำหนักอย่างที่คาดไว้<span id="more-237"></span></p>
<p>สาเหตุที่เป็นเช่นนั้น  เพราะ ผู้ที่ต้องการลดน้ำหนักแต่ละคนมีปัจจัยที่แตกต่างกัน  ได้แก่</p>
<ul>
<li> อายุ</li>
<li> น้ำหนัก</li>
<li>ส่วนสูง</li>
<li>การออกกำลังกาย</li>
<li>กิจกรรมที่เผาผลาญพลังงานในแต่ละวัน</li>
<li>พลังงานจากอาหารที่รับประทานเข้าไป</li>
</ul>
<p>ด้วยปัจจัยที่กล่าวมาข้างต้น ทำให้ผลรวมของ<em> พลังงานที่ร่างกายได้รับ</em> กับ<em> พลังงานที่ร่างกายใช้ไป</em> แตกต่างกันไปในแต่ละคน  ดังนั้นสูตรอาหารลดน้ำหนักที่ประสบผลสำเร็จดีกับคนหนึ่ง  อาจไม่ประสบผลสำเร็จกับอีกคนหนึ่งก็เป็นได้   ดังนั้นสูตรอาหารลดน้ำหนักที่ดีที่สุด คือ การสร้างสูตรอาหารลดน้ำหนักที่เหมาะสมกับตัวเอง</p>
<p><a title="สร้าง สูตรอาหารลดน้ำหนัก ด้วยตัวเอง" href="http://www.healthy.freewer.net/weightloss3.php">โปรแกรมคำนวณ  &#8220;สูตรอาหารลดน้ำหนัก&#8221;</a> ที่ผมได้พัฒนาขึ้น  เป็นโปรแกรมที่คำนวณพลังงาน (kcal) โดยใช้สมการ และค่าสัมประสิทธิ์ ตามหลักวิชาการแพทย์    เพื่อคำนวณหา</p>
<ul>
<li>ความต้องการพลังงานขณะพัก (BMR)</li>
<li>ความต้องการพลังงานต่อวัน</li>
<li>การเผาผลาญพลังงานจากการออกกำลังกาย</li>
<li>พลังงานที่ได้จากอาหาร</li>
<li>ผลต่างพลังงานต่อวัน</li>
<li>ทำนายการเปลี่ยนแปลงน้ำหนักต่อ 1 สัปดาห์</li>
</ul>
<p><a title="สร้าง สูตรอาหารลดน้ำหนัก ด้วยตัวเอง" href="http://www.healthy.freewer.net/weightloss3.php">คลิกที่นี่ เพื่อไปหน้า โปรแกรมคำนวณ &#8220;สูตรอาหารลดน้ำหนัก&#8221;</a></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.healthy.freewer.net/index.php/general-health/formular-weightloss.html/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>2</slash:comments>
		</item>
	</channel>
</rss>

