<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>สุขภาพดี HealthyFreerwer &#187; -โรคนอนกรน</title>
	<atom:link href="http://www.healthy.freewer.net/index.php/tag/snor/feed" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://www.healthy.freewer.net</link>
	<description>บทความสุขภาพ ข้อมูลโรค เคล็ดลับสุขภาพดี  แนะนำการปฏิบัติตัว ความรู้สุขภาพ ข่าวสารวงการแพทย์</description>
	<lastBuildDate>Wed, 02 Mar 2011 18:25:07 +0000</lastBuildDate>
	<generator>http://wordpress.org/?v=2.8.6</generator>
	<language>en</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
			<item>
		<title>โรคภูมิแพ้</title>
		<link>http://www.healthy.freewer.net/index.php/pediartric/allergicrhinitis.html</link>
		<comments>http://www.healthy.freewer.net/index.php/pediartric/allergicrhinitis.html#comments</comments>
		<pubDate>Sat, 27 Mar 2010 03:12:14 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[-หู คอ จมูก]]></category>
		<category><![CDATA[-เด็ก]]></category>
		<category><![CDATA[-ปวดหู]]></category>
		<category><![CDATA[-ภูมิแพ้]]></category>
		<category><![CDATA[-หูอื้อ]]></category>
		<category><![CDATA[-โรคนอนกรน]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.healthy.freewer.net/?p=338</guid>
		<description><![CDATA[

 โรคภูมิแพ้ คือ โรคที่มีความผิดปกติของระบบภูิมิคุ้มกัน โดยที่ร่างกายจะมีปฏิกิริยาไวต่อสารที่ก่อให้เกิดโรคภูมิแพ้หรือสารระคายเคืองซึ่งจะทำให้เกิดอาการแพ้  โรคนี้มักไม่ค่อยรุนแรงถึงชีวิต  แต่จะส่งผมรบกวนต่อการใช้ชีวิตประจำวัน ไม่ว่าจะเป็นการเรียนหรือการทำงาน ภูมิแพ้เป็นโรคที่พบมากในประชากรทั่วโลก สำหรับประเทศไทยนั้น จำนวนผู้ป่วยด้วยโรคภูมิแพ้ เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ และมีแนวโน้มที่จะเพิ่มขึ้นทุกปี
โรคแทรกซ้อน
ผู้ป่วยโรคภูมิแพ้ หากไม่ได้รับการรักษาหรือปล่อยให้มีอาการเป็นเวลานานๆ อาจทำให้มีภาวะแทรกซ้อนตามมาได้ เช่น ไซนัสอักเสบ, ริดสีดวงจมูก, นอนกรน, ปอดอุดกั้นเรื้อรัง, ผิวหนังติดเชื้อ, คออักเสบ, ไอเรื้อรัง, หูชั้นกลางอักเสบ, ปวดหู, หูอื้อ, นอกจากนี้ยังมีปัจจัยร่วมที่ทำให้เกิดอาการโรคภูมิแพ้ได้ง่ายขึ้นหรืออาการรุนแรงขึ้น เช่น อากาศหนาว อากาศเปลี่ยน มลพิษในอากาศ
สาเหตุของโรคภูมิแพ้  โรคภูมิแพ้ไม่ใช่โรคติดต่อแต่เกิดจากปัจจัยสำคัญ 2 อย่างคือ

กรรมพันธุ์  กรณีที่คนในครอบครัวมีประวัติเป็นโรคภูมิแพ้ก็จะเป็นปัจจัยหนึ่งที่บ่งชี้ว่ามีโอกาสเป็นโรคนี้ได้ง่ายขึ้น  ภูมิแพ้เป็นโรคที่ถ่ายทอดทางกรรมพันธุ์ได้  ถ้าพ่อหรือแม่เป็นลูกก็จะมีโอกาสป่วยเป็นโรคภูมิแพ้ได้ประมาณ 30% แต่ถ้าหากทั้งพ่อและแม่เป็นโรคภูมิแพ้ทั้งคู่  ลูกที่เกิดจะมีโอกาสเสี่ยงต่อการเป็นภูมิแพ้สูงถึง 60-70%
สิ่งแวดล้อม  เป็นปัจจัยที่มีความสำคัญอย่างมากเพราะสารก่อภูมิแพ้ที่จะเข้าสู่ร่างกายของเรา เกิดจากสภาวะแวดล้อมทั้งสิ้น ซึ่งสามารถเข้าสู่ร่างกายได้หลายทาง เช่น โดยการหายใจ การรับประทาน หรือแม้แต่การสัมผัส

สารก่อภูมิแพ้คืออะไร
คือสารที่ร่างกายได้รับหรือสัมผัส  แล้วทำให้เกิดอาการของโรคภูมิแพ้ตามมา  ที่พบบ่อยได้แก่  ไรฝุ่น, ละออกเกสร, [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[
<!-- ALL ADSENSE ADS DISABLED -->
<p><span style="color: #ff9900;"><strong> โรคภูมิแพ้ คือ</strong></span> โรคที่มีความผิดปกติของระบบภูิมิคุ้มกัน โดยที่ร่างกายจะมีปฏิกิริยาไวต่อสารที่ก่อให้เกิดโรคภูมิแพ้หรือสารระคายเคืองซึ่งจะทำให้เกิดอาการแพ้  โรคนี้มักไม่ค่อยรุนแรงถึงชีวิต  แต่จะส่งผมรบกวนต่อการใช้ชีวิตประจำวัน ไม่ว่าจะเป็นการเรียนหรือการทำงาน ภูมิแพ้เป็นโรคที่พบมากในประชากรทั่วโลก สำหรับประเทศไทยนั้น จำนวนผู้ป่วยด้วยโรคภูมิแพ้ เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ และมีแนวโน้มที่จะเพิ่มขึ้นทุกปี<br />
โรคแทรกซ้อน<span id="more-338"></span><br />
ผู้ป่วยโรคภูมิแพ้ หากไม่ได้รับการรักษาหรือปล่อยให้มีอาการเป็นเวลานานๆ อาจทำให้มีภาวะแทรกซ้อนตามมาได้ เช่น ไซนัสอักเสบ, ริดสีดวงจมูก, นอนกรน, ปอดอุดกั้นเรื้อรัง, ผิวหนังติดเชื้อ, คออักเสบ, ไอเรื้อรัง, หูชั้นกลางอักเสบ, ปวดหู, หูอื้อ, นอกจากนี้ยังมีปัจจัยร่วมที่ทำให้เกิดอาการโรคภูมิแพ้ได้ง่ายขึ้นหรืออาการรุนแรงขึ้น เช่น อากาศหนาว อากาศเปลี่ยน มลพิษในอากาศ<br />
สาเหตุของโรคภูมิแพ้  โรคภูมิแพ้ไม่ใช่โรคติดต่อแต่เกิดจากปัจจัยสำคัญ 2 อย่างคือ</p>
<ol>
<li>กรรมพันธุ์  กรณีที่คนในครอบครัวมีประวัติเป็นโรคภูมิแพ้ก็จะเป็นปัจจัยหนึ่งที่บ่งชี้ว่ามีโอกาสเป็นโรคนี้ได้ง่ายขึ้น  ภูมิแพ้เป็นโรคที่ถ่ายทอดทางกรรมพันธุ์ได้  ถ้าพ่อหรือแม่เป็นลูกก็จะมีโอกาสป่วยเป็นโรคภูมิแพ้ได้ประมาณ 30% แต่ถ้าหากทั้งพ่อและแม่เป็นโรคภูมิแพ้ทั้งคู่  ลูกที่เกิดจะมีโอกาสเสี่ยงต่อการเป็นภูมิแพ้สูงถึง 60-70%</li>
<li>สิ่งแวดล้อม  เป็นปัจจัยที่มีความสำคัญอย่างมากเพราะสารก่อภูมิแพ้ที่จะเข้าสู่ร่างกายของเรา เกิดจากสภาวะแวดล้อมทั้งสิ้น ซึ่งสามารถเข้าสู่ร่างกายได้หลายทาง เช่น โดยการหายใจ การรับประทาน หรือแม้แต่การสัมผัส</li>
</ol>
<p><span style="color: #ff9900;"><strong>สารก่อภูมิแพ้คืออะไร</strong></span></p>
<p>คือสารที่ร่างกายได้รับหรือสัมผัส  แล้วทำให้เกิดอาการของโรคภูมิแพ้ตามมา  ที่พบบ่อยได้แก่  ไรฝุ่น, ละออกเกสร, เชื้อรา  อาหารบางชนิดเช่น นมวัว, ไข่ขาว,  อาการทะเล  นอกจากนี้ยังมีปัจจัยอื่นที่ส่งเสริมทำให้เกิดอาการของโรคภูมิแพ้ ได้แก่ อากาศเปลี่ยน การสัมผัสสารระคายเคืองเช่น ควันธูป ควันบุหรี่</p>
<p><span style="color: #ff9900;"><strong>การทดสอบภูมิแพ้  Allergy skin prick test</strong></span></p>
<p>เมื่อร่างกายเกิดโรคภูมิแพ้ขึ้น  จำเป็นต้องทราบว่าร่างกายแพ้สารก่อภูมิแพ้ใด  เพราะการรักษาที่ดีที่สุดคือการหลีกเลี่ยงสิ่งที่แพ้  การทดสอบภูมิแพ้ (Skin prick test) เป็นการทดสอบภูมิแพ้ต่อสารชนิดต่าๆ ทางผิวหนัง  โดยแพทย์จะเป็นผู้ทำการทดสอบด้วยน้ำยาทดสอบภูมิแพ้โดยเฉพาะ  ซึ่งจะสามารถทำให้ทราบว่า  คนไข้มีอาการแพ้สารใดบ้าง เช่น แมลงสาบ, ขนแมว, ไรฝุ่น, เชื้อรา, ขนสุนัข, เกสรหญ้า, ฝุ่นบ้าน, และแพ้อาหารต่างๆ เป็นต้น  ซึ่งการทดสอบชนิดนี้ไม่ทำให้คนไข้เกิดความรู้สึกเจ็บปวดและแพทย์ก็สามารถแจ้งผลการตรวจให้คนไข้ทราบได้ทันที</p>
<p><span style="color: #ff9900;"><strong>การรักษาภูมิแพ้</strong></span></p>
<ol>
<li>การหลีกเลี่ยงสารก่อภูมิแพ้และสารระคายเคือง  เนื่องจากการรักษาที่ดีที่สุดของโรคภูมิแพ้ คือการหลีกเีลี่ยงสารที่ก่อให้เกิดภูมิแพ้ หากไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ก็จำเป็นต้องใช้ยาเพื่อรักษา หรือเพื่อบรรเทาและควบคุมอาการที่จะเกิดขึ้น</li>
<li>การใช้ยารักษา  แพทย์จะวินิจฉัยและจ่ายยาให้คนไข้อย่างเหมาะสม  เพื่อบรรเทาและควบคุมอาการที่จะเกิดขึ้น  ผู้ที่มีอาการคัดจมูกมากอาจจะต้องให้ยาลดอาการคัดจมูก  สำหรับผู้ที่มีอาการเรื้อรัง  อาจจะต้องใข้ยาพ่นจมูก</li>
<li>การฉีดวัคซีน รักษาโรคภูมิแพ้  โดยผู้ป่วยจะได้รับการฉีดสารก่อภูมิแพ้เพื่อให้ร่างกายสร้างภูมิคุ้มกันชนิด IgG  การฉีดจะเลือกฉีดเฉพาะสารก่อภูมิแพ้ที่ได้ทดสอบทางผิวหนังแล้วว่าแพ้  และจากนั้นแพทย์จะเพิ่มขนาดยาตามตารางเวลา  ซึ่งผลข้างเคียงจากการฉีดก็มีรอยผื่นแดง  ผื่นคัน  นานประมาณ 4-8 ชม. ส่วนผลข้างเคียงอื่นๆ ที่อาจเกิดขึ้น คือ อาการคัดจมูก น้ำมูกไหล อาการเหล่านี้มักจะเกิดภายใน 30 นาทีหลังฉีด  มีส่วนน้อยที่อาจจะแพ้ยาที่ฉีดชนิดรุนแรง  แต่อาการมักเป็นชั่วคราวและหายได้หลังจากแพทย์ให้ยาแก้แพ้เพิ่ม</li>
</ol>
<p><span style="color: #ff9900;"><strong>การปฏิบัติตัวสำหรับผู้ที่เป็นภูมิแพ้</strong></span></p>
<ul>
<li>หลีกเลี่ยงการสัมผัสกับสารหรือสิ่งที่ก่อนให้เกิดภูมิแพ้</li>
<li>ดูแลร่างกายให้สดชื่นแข็งแรงอยู่เสมอ  พักผ่อนให้เพียงพอและควรออกกำลังกายเป็นประจำ</li>
<li>ล้างจมูกด้วยน้ำเกลือเป็นประจำเมื่อมีน้ำมูกเรื้องรัง</li>
<li>ปฏิบัิติตัวตามคำแนะนำและรับประทานยาตามที่แพทย์สั่ง  และพบแพทย์เมื่อมีอาการแทรกซ้อนระหว่างการรักษา เช่น มีไข้ น้ำมูก ไอมีเสมหะ หอบ เป็นต้น</li>
</ul>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.healthy.freewer.net/index.php/pediartric/allergicrhinitis.html/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>1</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>แบบทดสอบว่าคุณมีปัญหาโรคนอนกรน</title>
		<link>http://www.healthy.freewer.net/index.php/general-health/snor-screenin.html</link>
		<comments>http://www.healthy.freewer.net/index.php/general-health/snor-screenin.html#comments</comments>
		<pubDate>Sat, 13 Mar 2010 01:57:26 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[-สุขภาพทั่วไป]]></category>
		<category><![CDATA[-หู คอ จมูก]]></category>
		<category><![CDATA[-โรคนอนกรน]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.healthy.freewer.net/?p=324</guid>
		<description><![CDATA[

ในสถานการณ์ต่อไปนี้ ท่านมักจะเผลอหลับหรืองีบหลับไป มีมากน้อยแค่ไหน (ตอบทุกข้อ)




ไม่เคย
น้อย
ปานกลาง
มาก


ขณะดูโทรทัศน์






ขณะอ่านหนังสือ






นั่งเฉยๆ นอกบ้านในที่สาธารณะ






นั่งพูดคุยกับคนอื่น






หลับในขณะที่รถติดช่วงไม่กี่นาที






นั่งเป็นผู้โดยสารนานเป็นชั่วโมง






นั่งเงียบๆ หลังทานอาหารเที่ยง






นั่งเอนหลังเพื่อพักในช่วงบ่าย







การแปลผล
ไม่เคย = 0 คะแนน
น้อย = 1 คะแนน
ปานกลาง =2 คะแนน
มาก =3 คะแนน
รวมคะแนนทั้งหมด
ถ้ารวมได้น้อยกว่า 7 คะแนน  แสดงว่า กรนปกติ
ถ้ารวมได้มากกว่า 9 คะแนน  แสดงว่า ท่านง่วงนอนมากผิดปกติ อาจจะเกิดจากโรคนอนกรนได้ ควรปรึกษาแพทย์
]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[
<!-- ALL ADSENSE ADS DISABLED -->
<p>ในสถานการณ์ต่อไปนี้ ท่านมักจะเผลอหลับหรืองีบหลับไป มีมากน้อยแค่ไหน (ตอบทุกข้อ)</p>
<table border="1" cellspacing="0" cellpadding="1" width="450">
<tbody>
<tr>
<td></td>
<td>ไม่เคย</td>
<td>น้อย</td>
<td>ปานกลาง</td>
<td>มาก</td>
</tr>
<tr>
<td>ขณะดูโทรทัศน์</td>
<td></td>
<td></td>
<td></td>
<td></td>
</tr>
<tr>
<td>ขณะอ่านหนังสือ</td>
<td></td>
<td></td>
<td></td>
<td></td>
</tr>
<tr>
<td>นั่งเฉยๆ นอกบ้านในที่สาธารณะ</td>
<td></td>
<td></td>
<td></td>
<td></td>
</tr>
<tr>
<td>นั่งพูดคุยกับคนอื่น</td>
<td></td>
<td></td>
<td></td>
<td></td>
</tr>
<tr>
<td>หลับในขณะที่รถติดช่วงไม่กี่นาที</td>
<td></td>
<td></td>
<td></td>
<td></td>
</tr>
<tr>
<td>นั่งเป็นผู้โดยสารนานเป็นชั่วโมง</td>
<td></td>
<td></td>
<td></td>
<td></td>
</tr>
<tr>
<td>นั่งเงียบๆ หลังทานอาหารเที่ยง</td>
<td></td>
<td></td>
<td></td>
<td></td>
</tr>
<tr>
<td>นั่งเอนหลังเพื่อพักในช่วงบ่าย</td>
<td></td>
<td></td>
<td></td>
<td></td>
</tr>
</tbody>
</table>
<p><strong><span id="more-324"></span>การแปลผล</strong></p>
<p>ไม่เคย = 0 คะแนน</p>
<p>น้อย = 1 คะแนน</p>
<p>ปานกลาง =2 คะแนน</p>
<p>มาก =3 คะแนน</p>
<p><strong>รวมคะแนนทั้งหมด</strong></p>
<p>ถ้ารวมได้น้อยกว่า 7 คะแนน  แสดงว่า กรนปกติ</p>
<p>ถ้ารวมได้มากกว่า 9 คะแนน  แสดงว่า ท่านง่วงนอนมากผิดปกติ อาจจะเกิดจากโรคนอนกรนได้ ควรปรึกษาแพทย์</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.healthy.freewer.net/index.php/general-health/snor-screenin.html/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>1</slash:comments>
		</item>
	</channel>
</rss>

