
ปัสสาวะเป็นเลือด คือ การที่มีเม็ดเลือดแดงปนออกมากับปัสสาวะ แบ่งเป็น 2 ชนิด ชนิดแแรก คือ ปัสสาวะเป็นเลือดที่สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า ผู้ป่วยจะเห็นสีปัสสาวะเปลี่ยนเป็นสีแดง ชมพู หรือสีโค้ก ส่วนชนิดที่สองคือ ปัสสาวะเป็นเลือดที่เห็นได้จากกล้องจุลทรรศน์ ซึ่งผู้่ป่วยจะเห็นปัสสาวะเป็นสีใสเหมือนปกติ ทั้งสองกรณีจำเป็นต้องได้รับการตรวจเพื่อหาสาเหตุต่อไป
ปัสสาวะเป็นเลือด มีอาการอย่างไร
ผู้ป่วยจะมีอาการ คือ ปัสสาวะเปลี่ยนสี ส่วนมากมักไม่มีอาการปวดร่วมด้วย สีที่เปลี่ยนอาจเป็นสีแดง สีชมพู สีเข้มเหมือนน้ำปลาหรือน้ำโค้ก สีที่เปลี่ยนเกิดจากการที่มีเม็ดเลือดแดงปนอยู่ในปัสสาวะ การที่เห็นปัสสาวะเป็นสีแดงไม่ได้หมายความว่ามีเลือดออกเป็นจำนวนมาก เพราะปริมาณเม็ดเลือดแดงเพียงเล็กน้อยก็สามารถเปลี่ยนสีปัสสาวะให้ผิดปกติได้
สาเหตุของการปัสสาวะเป็นเลือด
อวัยวะที่สามารถเป็นสาเหตุของการปัสสาวะเป็นเลือด ได้แก่ ไต ท่อไต กระเพาะปัสสาวะ ต่อมลูกหมาก และท่อปัสสาวะ โดยโรคที่เกิดความผิดปกติของอวัยวะเหล่านี้มีหลายสาเหตุที่ทำให้ปัสสาวะเป็นเลือด โชคดีที่สาเหตุส่วนใหญ่ไม่เป็นอันตรายถึงชีวิต สาเหตุที่พบได้บ่อย คือนิ่วที่ไตและการติดเชื้อทางเดินปัสสาวะ สาเหตุที่ทำให้ปัสสาวะเป็นเลือดในคนไข้ที่อายุมากกว่า 50 ปี คือต่อมลูกหมากโต มีคนไข้จำนวนน้อยที่มีปัสสาวะเป็นเลือดโดยไม่ทราบสาเหตุ สรุปสาเหตุที่เป็นไปได้มีดังนี้
- นิ่วในไต นิ่วในท่อไต นิ่วในกระเพาะปัสสาวะ
- ต่อมลูกหมากโต
- ติดเชื้อทางเดินปัสสาวะ
- มะเร็งกระเพาะปัสสาวะ
- ไตอักเสบ
- โรค sickle cell anemia
- อุบัติเหตุกระทบกระแทก
- ยาบางชนิด เช่น แอสไพริน เป็นต้น
- ออกกำลังกายมากเกินไป
สาเหตุที่อันตรายต่อชีวิตได้แก่ มะเร็งกระเพาะปัสสาวะ มะเร็งที่ไต ภาวะอุดกั้นที่ไต
ข้อมูลที่แพทย์ต้องการทราบจากผู้ที่มีอาการปัสสาวะเป็นเลือด
- นำยาที่รับประทานทุกชนิด รวมทั้งวิตามิน และยาบำรุงต่างๆ ไปพบแพทย์ด้วย
- ขณะปัสสาวะมีอาการปวด แสบขับหรือไม่
- เคยมีอาการมาก่อนหรือไม่
- ปัสสาวะเป็นเลือดช่วงไหนของการปัสสาวะ เช่น ปัสสาวะเป็นสีแดงตลอดการปัสสาวะ ปัสสาวะเป็นสีแดงเฉพาะช่วงท้าย หรือช่วงเริ่มต้นของการปัสสาวะ เป็นต้น
- มีลิ่มเลือดปนหรือไ่ม่ ลักษณะเป็นอย่างไร
- สูบบุหรี่หรือไม่
- เคยได้รับการการฉายรังสี รักษาโรค มาก่อนหรือไม่
- ลักษณะงาน มีความเสี่ยงต่อการสัมผัสสารเคมีหรือไม่
การตรวจวินิจฉัย ปัสสาวะเป็นเลือด
โดยปกติจะทำการตรวจวินิจฉัยโดยการฉีดสี (Intravenous pyelogram) และการส่องกล้อง (cystoscope) การฉีดสีเป็นการ x-ray เพื่อดูไต ท่อไต โดยการฉ๊ดสารทึบแสงเข้าเส้นเลือดเพื่อเห็นทางเดินปัสสาวะ บางครั้งคนไข้อาจมีอาการแพ้สารทึบแสงทำให้ต้องเปลี่ยนเป็นการอัลตราซาวด์แทน
การส่องกล้องจะทำให้แพทย์สามารถเห็นกระเพาะปัสสาวะได้โดยตรง โดยคนไข้จะยังรู้สึกตัวอยู่ขณะส่องกล้อง วิธีการคือให้คนไข้ขึ้นขาหยั่ง ให้ยาชา และทำการส่องกล้องผ่านเข้าไปทางช่องปัสสาวะเพื่อตรวจดูกระเพาะปัสสาวะ
การรักษาปัสสาวะเป็นเลือด
การรักษาปัสสาวะเป็นเลือดขึ้นกับสาเหตุ เช่น ติดเชื้อทางเดินปัสสาวะให้การรักษาด้วยยาฆ่าเชื้อ, นิ่วในไตมีการรักษาหลายวิธีเช่นการผ่าตัด การกินยา การสลายนิ่ว (ESWL) เป็นต้น การสูญเสียเลือดทางปัสสาวะมักเสียเป็นปริมาณน้อย ไม่ทำให้เกิดปัญหา สำหรับผู้ป่วยตรวจแล้วไม่พบความผิดปกติ ก็ไม่จำเป็นต้องได้รับการรักษา ให้ติดตามเป็นระยะต่อไป
Amazing! Not clear for me, how offen you updating your http://www.healthy.freewer.net.
Thanks
Socco