โรคนิ่วในไต

kidney-stone

นิ่วในไต คือ

นิ่วในไตคือการตกผลึกของสารก่อนิ่วในไต   ส่วนใหญ่จะเป็นผลึกแคลเซียมออกซาเลต  บางครั้งอาจเป็นแคลเซียมฟอสเฟต, ยูริค หรือสารอื่นๆ  นิ่วมีหลายชนิด อาจมีขนาดต่างกัน  อาจเป็นก้อนเดียวหรือหลายก้อนก็ได้  นิ่วจะเกิดขึ้นในไตและอาจหลุดลงมาในท่อไตจนถึงกระเพาะปัสสาวะได้   โรคนิ่วในไตเป็นโรคที่พบได้บ่อยในคนทุกเพศทุกวัย  แต่ผู้ชายมีโอกาสเป็นนิ่วมากกว่าผู้หญิงประมาณสามเท่า  นิ่วสามารถเกิดได้ในทุกภูมิภาคและสภาวะอากาศ  ในประเทศไทยพบบ่อยทางภาคเหนือและภาคอีสาน

สาเหตุนิ่วในไต

สาเหตุของโรคนิ่วในไต  ส่วนมากมักไม่ได้เกิดจากสาเหตุใดสาเหตุหนึ่งเพียงสาเหตุเดียว  แต่มักเกิดจากปัจจัยเสี่ยงหลายๆอย่างร่วมกัน  เช่น

  • การอยู่ในเขตร้อนที่ร่างกายสูญเสียเหงื่อง่าย  แล้วดื่มน้ำน้อย  ทำให้ปัสสาวะมีความเข้มข้นสูงขึ้นและเกิดเป็นตะกอนนิ่ว
  • การรับประทานอาหารบางอย่างเป็นประจำ เช่น อาหารที่มีแคลเซียมสูง  โปรตีนสูง  โซเดียมสูง  เป็นต้น  อย่างไรก็ตามการรับประทานอาหารจะถือเป็นปัจจัยเสี่ยงเฉพาะในผู้ที่มีปัจจัยเสี่ยงอื่นๆอยู่แล้ว  ดังนั้น ผู้ที่แข็งแรงปกติการรับประทานอาหารจึงไม่มีผลต่อการเกิดโรค
  • ผู้ที่มีความผิดปกติโดยมีภาวะยูริกในเลือดสูง เช่น ผู้ป่วยโรคเกาต์ โรคมะเร็งระหว่างได้รับเคมีบำบัด
  • การรับประทานยา เช่น ยากันชักไดแลนติน  (dilantin) เป็นต้น

อาการนิ่วในไต

นิ่วในไตอาจเป็นสาเหตุของอาการเจ็บปวดอย่างรุนแรงหรือเจ็บปวดเล็กน้อยก็ได้    ถ้านิ่วเคลื่อนที่ไปในท่อไตก็สามารถทำให้เกิดอาการปวดได้เช่นกัน  อาการปวดมักจะเป็นที่บริเวณของหลัง  สีข้าง  อาการปวดอาจร้าวไปท้องน้อยหรือขาหนีบเป็นพักๆ  อาการอื่นๆได้แก่  ระคายเคืองเวลาปัสสาวะหรือปัสสาวะขัด  ปัสสาวะเป็นเลือด  หรือมีเม็ดทรายปนออกมากับปัสสาวะ   คลื่นไส้ อาเจียน

การตรวจวินิจฉัยโรคนิ่วในไต

การตรวจวินิจฉัยขั้นต้นในผู้ป่วยที่สงสัยโรคนิ่วในไต มีดังนี้

  • การตรวจปัสสาวะเพื่อตรวจหาเม็ดเลือดแดง  การตรวจปัสสาวะยังช่วยให้ข้อมูลด้วยว่า ผู้ป่วยมีการติดเชื้อของระบบทางเดินปัสสาวะร่วมด้วยหรือไม่
  • ตรวจภาพถ่ายรังสีหรือภาพถ่ายรังสีแบบฉีดสี เพื่อหาตำแหน่งของก้อนนิ่ว

การรักษาโรคนิ่วในไต

การรักษาขึ้นอยู่กับขนาดและตำแหน่งของนิ่ว  นิ่วส่วนใหญ่มีขนาดเล็กและสามารถหลุดออกมากับปัสสาวะได้เอง   กรณีนิ่วไม่สามารถหลุดเอง  พิจารณาให้การรักษาได้หลายวิธี ดังนี้

  • การใช้เคลื่อนสลายนิ่ว (Extracorporeal shockwave lithotripsy หรือ ESWL)  โดยการใช้คลื่นเสียงความถี่สูงกระแทกให้เม็ดนิ่วแตกเป็นผงขนาดเล็กลงและหลุดผ่านไปได้เอง
  • การส่องกล้องทางท่อไต (ureteroscope)  การส่องกล้องจะผ่านจากท่อปัสสาวะ, กระเพาะปัสสาวะ  และท่อไต  แล้วจึงใช้อุปกรณ์ในการสลายนิ่ว
  • การส่องกล้องทางผิวหนังเพื่อทำการรักษา (percutaneous)  เป็นการส่องกล้องทางผิวหนังผ่านด้านหลังเพื่อทำการสลายนิ่ว  มักใช้เมื่อมีข้อบ่งชี้ทางการแพทย์
  • การผ่าตัดแบบเปิด (open surgery)  เป็นทางเลือกในการรักษาหากวิธีอื่นที่กล่าวมาข้างต้นไม่ประสบผลสำเร็จ

การป้องกันการเกิดนิ่ว

การดื่มน้ำสะอาดให้เพียงพอ  การทำให้ปัสสาวะเจือจางเพียงพอ ต้องมีปริมาณปัสสาวะ 2 – 2.5 ลิตรต่อวัน   โดยดื่มน้ำวันละ 2-3 ลิตร  อย่างสม่ำเสมอตลอดทั้งวัน  ชนิดของน้ำที่ดีนั้นควรเป็นน้ำที่ไม่มีเกลือแร่ผสม

บทความอื่นๆที่คล้ายกัน

No Comments
February 15, 2010 in -ศัลยกรรม, -โรคทางเดินปัสสาวะ, -โรคไต
Tagged ,

Leave a Reply

Using Gravatars in the comments - get your own and be recognized!

XHTML: These are some of the tags you can use: <a href=""> <b> <blockquote> <code> <em> <i> <strike> <strong>